
ตลท.หั่นเป้าหุ้นใหม่
ธุรกิจจมน้ำยืดระดมทุนปีหน้าหนุนบจ.กลางซื้อกิจการตปท.
ธุรกิจจมน้ำยืดระดมทุนปีหน้าหนุนบจ.กลางซื้อกิจการตปท.
ตลาดหลักทรัพย์เตรียมหั่นเป้าไอพีโอปี 2555 รับผลเสียน้ำท่วม เตรียมเสนอบอร์ด 26 ต.ค.นี้ พร้อมผลักดันบริษัทขนาดกลางไปซื้อกิจการในต่างประเทศ
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้จัดทำเป้าหมายแผนการดำเนินงานปี 2555 ไว้แล้ว แต่ผลของน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายของภาคธุรกิจ จนจำเป็นต้องทบทวนเพื่อลดเป้าหมายอีกครั้ง เช่น เป้าหมายจำนวนบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ทั้งใน ตลท.และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์พิจารณาในวันที่ 26 ต.ค.นี้
“ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยว่าได้เป้าหมายใหม่จะเป็นอย่างไร ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ก่อน แต่จะลดลงจากเดิมที่ได้ทำไว้” นายจรัมพร กล่าว
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ยังได้กล่าวถึงเรื่องการควบรวมกิจการนั้นถือว่าเป็นเรื่องดี ทำให้บริษัทมีขนาดใหญ่มากขึ้น เป็นที่สนใจลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ อย่างเช่น ผลการควบรวมระหว่างบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) และบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) กลายเป็นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 2.4 แสนล้านบาท สูงสุดในกลุ่มปิโตรเคมี
ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์จึงอยากผลักดันให้เกิดขึ้นการควบรวมกิจการมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างการดำเนินงานผลักดันในเรื่องของภาษีควบรวม ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาตลาดทุนไทย โดยส่วนตัวเชื่อว่ามีบริษัทที่ต้องการจะควบรวมกิจการ แต่ยังติดปัญหาในเรื่องภาษีและขั้นตอนในการทำอยู่
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลท. กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์มีแผนจะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือให้บริษัทขนาดกลางใน SET50 SET100 เข้าไปซื้อกิจการ หรือไปควบรวมบริษัทในต่างประเทศ จากปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ไปควบรวมหรือซื้อกิจการในต่างประเทศ
“สิ่งเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในแผนปีหน้าของตลาดหลักทรัพย์ เพราะเห็นว่าบริษัทขนาดกลางเหล่านี้จะต้องมีการศึกษาเรื่องการไปลงทุนต่างประเทศ เพราะการพึ่งพิงการเติบโตจากในประเทศเพียงอย่างเดียวอาจทำได้ยาก และเหตุการณ์น้ำท่วมก็จะกระทบต่อการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ดังกล่าว ทั้งนี้เชื่อว่าบริษัทเหล่านี้มองเห็นโอกาสในการเติบโต แต่อาจไม่รู้วิธีการในทางปฏิบัติ ทางตลาดหลักทรัพย์จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ” นายชนิตร กล่าว
ด้านตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ย. 2554 มี บจ.ระดมทุนในรูปตราสารทุนมูลค่า 3,647 ล้านบาท เป็นการระดมทุนในตลาดแรก 409 ล้านบาท จาก บจ.เข้าใหม่ คือ บริษัท เอเชีย พรีซิชั่น (APCS) และเป็นการระดมทุนในตลาดรอง 3,239 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ (GRAND) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ทีพาร์คโลจิสติคส์ (TLOGIS)
ขณะที่ในไตรมาส 3 ปี 2554 เป็นการระดมทุนรวม 8,407 ล้านบาท ลดลง 68.51% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีการระดมทุนของบริษัทขนาดใหญ่บางบริษัท
ด้านนายอภิชาติ การุณกรสกุล กรรมการผู้อำนวยการ APCS รายงานการได้มาหุ้นว่า วันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ซื้อหุ้นจำนวน 5.992 แสนหุ้น ในราคาหุ้นละ 3.94 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2.36 ล้านบาท ทั้งนี้ราคาที่ซื้อต่ำกว่าราคาไอพีโอที 5.45 บาท ถึงประมาณ 27%







