
ภาคเอกชนบี้รัฐปรับตัวรับเออีซี
ภาคธุรกิจวอนรัฐบาลบริหารโปร่งใส ลดประชานิยมรับเออีซี
ภาคธุรกิจวอนรัฐบาลบริหารโปร่งใส ลดประชานิยมรับเออีซี
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวในงานสัมมนาประจำปีธนาคารแห่งประเทศไทย ว่า เศรษฐกิจจีนและเอเชียมีโอกาสเติบโตมากขึ้นค่อนข้างแน่นอน ยิ่งถ้ามีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ยิ่งเห็นว่าแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และยิ่งไทยมีทำเลอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคยิ่งมีโอกาสที่ดีกว่าเพื่อนบ้าน แต่จะได้ประโยชน์มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับวิธีการมองและการใช้ประโยชน์จากเออีซีด้วย
“สิ่งแรกที่อยากให้รัฐบาลแก้ไขมาก คือ ความโปร่งใสในการบริหาร แก้ไขกฎระเบียบหลายๆ ด้านที่เข้มงวดเกินจำเป็น เช่น การควบคุมเงินทุน และปรับปรุงประสิทธิภาพของข้าราชการ เนื่องจากข้าราชการสิงคโปร์ 1 คน ทำงานได้เท่าข้าราชการไทย 5 คน” นายวิกรม กล่าว
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย กล่าวว่า หากเปิดเออีซีซึ่งมีตลาดผู้บริโภค 500-600 ล้านคน จะเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีมากของไทย เพราะตลาดมีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและการบริโภคอีกมาก แต่ปัญหาขณะนี้ไทยไปลงทุนต่างประเทศน้อย ต้องเรียนรู้และปรับตัวใหม่ อยากให้รัฐบาลมีการส่งเสริมเรื่องการลงทุนวิจัยเพื่อการพัฒนาให้มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคธุรกิจไทย อย่างน้อยควรมีการลงทุนในอาร์แอนด์ดี 1% ของจีดีพีในอีก 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีการลงทุนเพียง 0.2% ของจีดีพี
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนการใช้เงินงบประมาณ ที่ผ่านมามีการใช้เงินจำนวนมากใช้ไปกับนโยบายประชานิยม เพราะพรรคการเมืองมีความเชื่อว่าประชานิยมจะทำให้ประสบความสำเร็จทางการเมือง ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่ากลัว และต้องปรับปรุงการใช้เงินผ่านธนาคารของรัฐเพราะเสี่ยงต่อหนี้เสีย
“จึงอยากขอให้รัฐบาลเร่งเพิ่มประสิทธิภาพประเทศ เพื่อรอเติบโตคู่ไปกับเวียดนามและพม่าเปิดทวาย ใช้ประโยชน์จากฐานะที่ไทยได้เปรียบโตไปกับภูมิภาคเอเซีย ขณะเดียวกันก็ควรเร่งปรับปรุงโครงสร้างการใช้เงิน ที่รัฐบาลมักใช้เงินในธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อทำตามนโยบายเพิ่มขึ้น ทำให้สัดส่วนการใช้ทุนในส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาคุณภาพหนี้ในอนาคต” นายศุภวุฒิกล่าว







