
แบงก์แตกตื่นน้ำทะลักเมือง
สถานการณ์น้ำทะลักเมืองที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งการตื่นตระหนกของประชาชน ภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก
สถานการณ์น้ำทะลักเมืองที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งการตื่นตระหนกของประชาชน ภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก
หากใครเดินทางไปไหนมาไหนจะเห็นกระสอบทรายกางกั้นอาคารกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารพาณิชย์ที่ดาหน้าทยอยปิดสาขาไปร่วม 193 สาขา
ปทุมธานี 80 สาขา จากทั้งหมด 171 สาขา พระนครศรีอยุธยา 55 สาขา นนทบุรี 28 สาขา นครสวรรค์ 23 สาขา ชัยนาท 2 สาขา ลพบุรี 1 สาขา กรุงเทพฯ 4 สาขา
หลายธนาคารสั่งกั้นกระสอบทรายไว้รับมือน้ำเต็มเอี้ยด
ประดิษฐ์ เลี่ยวศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจสาขา ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้สั่งปิดสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงไปแล้ว 11 แห่ง จาก 200 สาขา และได้สั่งการให้สาขาเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ
โดยได้สั่งให้มีการป้องกันสาขาที่ตั้งอยู่ติดริมถนนเป็นพิเศษ ให้เสริมกระสอบทรายเพื่อสร้างแนวป้องกันน้ำเพื่อไม่ให้ระบบการทำธุรกรรมติดขัดและมีกระแสเงินสดเอาไว้รองรับความต้องการของประชาชน
“เรามีการทำแผนจำลองในกรณีที่เกิดเหตุน้ำท่วมระดับ 50 เซนติเมตร ในพื้นที่กรุงเทพฯ เอาไว้แล้ว โดยเชื่อว่าเราจะรับมือได้ เพราะในปริมาณการทำธุรกรรมในกรุงเทพฯ มีสูงกว่าต่างจังหวัด โดยช่วงนี้เราจะมีการมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำท่วมทุกๆ ชั่วโมง พร้อมสั่งให้สาขาแต่ละแห่งรายงานข้อมูลเข้ามาทุกๆ เช้า” ประดิษฐ์ กล่าว
พรรณพร คงยิ่งยง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้สั่งให้สาขาที่อยู่ในพื้นที่บางใหญ่ บางบัวทอง ฝั่งธนบุรี สายไหม ดอนเมือง รัตนาธิเบศร์ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดยได้เตรียมกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำเอาไว้ในแต่ละสาขา
อย่างไรก็ตาม หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมากอาจพิจารณาทยอยปิดสาขาในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากธนาคารให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานมากกว่า ขณะที่สาขาในกรุงเทพฯ ที่มีอยู่ 500 แห่ง น่าจะเพียงพอรองรับความต้องการ
ด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกประกาศอนุญาตให้พนักงานธนาคารสามารถเดินทางกลับบ้านก่อนเวลาได้เพื่อไปเตรียมรับมือกับภาวะอุทกภัยที่เริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ บางส่วนแล้ว หลังจากที่ทางการได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังและเก็บของขึ้นที่สูง
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธนาคาร เนื่องจากธนาคารได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ในส่วนที่มีความจำเป็นเอาไว้แล้ว
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้เตรียมแผนรับมือสำหรับกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเอาไว้แล้ว โดยจะให้ทีมพนักงานที่ได้จัดเตรียมไว้ดูแลการดำเนินงานไม่ให้ติดขัด
ขณะที่พนักงานส่วนอื่นๆ จะให้ทำงานอยู่ภายในที่พักอาศัย ไม่ต้องเดินทางมาสำนักงานใหญ่
จากนี้ไปธนาคารเอชเอสบีซีจะติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน เนื่องจากมีพนักงานของธนาคารจำนวนมากที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย
ด้านธนาคารกรุงเทพ ได้สั่งเตรียมความพร้อมรับมือต่อความเสี่ยงของภาวะอุทกภัยที่เพิ่มขึ้น โดยมีการนำกระสอบทรายกว่า 5,000 ลูก มาป้องกันโดยรอบบริเวณอาคารสำนักงานใหญ่ สีลม เพื่อกั้นน้ำทะลักสูงเกือบ 2 เมตร
เช่นเดียวกับธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน ที่มีการนำกระสอบทรายมากั้นบริเวณรอบอาคารสูงกว่า 1.5 เมตร
ทั้งนี้ ประชาชนตามพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมต่างทยอยกันไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มจนหมดเกลี้ยง







