
กลต.รับน้ำท่วม ทำบจ.20%จม มีทางด่วนหาทุน
ก.ล.ต.รับน้ำท่วมกระทบ บจ.ทั้งระบบ 20% กดกำไรไตรมาส 4 ถึงครึ่งปีหน้า
ก.ล.ต.รับน้ำท่วมกระทบ บจ.ทั้งระบบ 20% กดกำไรไตรมาส 4 ถึงครึ่งปีหน้า เร่งตั้งกองทุนอินฟาร์สตรักเจอร์รับมือให้สิทธิภาษีอื้อเสนอ ครม.เร็วๆ นี้
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์คาดว่าวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจะกระทบกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประมาณ 20% ของ บจ.ทั้งตลาดที่มีอยู่ 510 แห่ง
นอกจากนี้ หากวิเคราะห์ลึกลงไปจะพบว่า บจ.ที่ได้รับผลกระทบมากๆ มีเพียง 1.1% และไม่หนักมากประมาณ 5-6% โดยมีผลต่อเศรษฐกิจเพียง 1% ปีนี้ยังโตได้ 4%
“น้ำท่วมจะกระทบกำไร บจ.ในไตรมาส 4 และอาจต่อเนื่องไตรมาสแรกปีหน้าหรือถึงไตรมาส 2 หากไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้เร็ว” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว
อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมที่รุนแรงทำให้ทุกภาคส่วนจะต้องมีแผนและมาตรการรับมือ ซึ่ง ก.ล.ต.ก็พร้อมที่จะสนับสนุนกลไกตลาดทุนที่จะทำให้ภาคธุรกิจเข้าถึงทุนได้โดยสะดวก และคาดว่าจะเสนอเรื่องการจัดตั้งกองทุนอินฟาร์สตรักเจอร์ฟันด์เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ เพื่อนำเงินมาพัฒนาและแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำหรือนิคมอุตสาหกรรมต้องการมีเขื่อนก็นำมาใช้ตั้งกองทุนได้ ล่าสุด ได้มีการแก้ไขในส่วนของขนาดกองทุนและลดหย่อนภาษี เช่น ภาษีโอน ภาษีเฉพาะและผู้ลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผล 10 ปี
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 100-150 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากปัญหาน้ำท่วม ส่วนใหญ่บริษัทเหล่านี้มีการทำประกันครอบคลุมความเสียหายไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขผลเสียหายได้ในขณะนี้
“ปัญหาเศรษฐกิจโลกน่าห่วงมากกว่าและเห็นว่าน้ำท่วมเป็นปัญหาระยะสั้น แต่ต้องมีการแก้ไขทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว สำหรับภาพรวมกำไร บจ.ปีนี้อาจลดลงเล็กน้อย โดยรายได้ในไตรมาส 4 ไม่น่าเห็นผลกระทบชัด กว่าจะเห็นผลคงจะเป็นไตรมาส 1-2 ของปีหน้า” นายชนินท์ กล่าว
ในปีหน้า บจ.จะเผชิญปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและปัญหาน้ำท่วม แต่จะเป็นปีแรกที่ บจ.รับผลดีจากมาตรการลดภาษีลง 7% เหลือ 23% สามารถประหยัดภาษีจ่ายประมาณ 36 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอจะชดเชย 2 ปัจจัยลบดังกล่าว
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีปัญหาเรื่องขาดแคลนเครื่องมือในการสูบน้ำและกั้นน้ำ ในเบื้องต้นจะอาศัยเงินจำนวน 250 ล้านบาท จากกองทุนที่ภาคตลาดทุนไทยร่วมลงเงินเป็นจำนวน 500 ล้านบาท
ด้านบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) แจ้งว่า บริษัทในภาคธุรกิจที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิตน่าจะได้รับผลกระทบอยู่ในวงจำกัดมีเพียงบริษัท เอสวีไอ (SVI) และบริษัท เอ็มบีเค (MBK) ทั้งนี้ เอสวีไอแจ้งหยุดการผลิตที่นิคมอุตสาหกรรมบางกะดีแล้วตั้งแต่บ่ายวันที่ 20 ต.ค.เป็นต้นไป







