
ตกงาน6.6แสน
สภาอุตฯสรุปจากท่วม20จังหวัดแนะพณ.เร่งแก้ของขาดตลาด
สภาอุตฯสรุปจากท่วม20จังหวัดแนะพณ.เร่งแก้ของขาดตลาด
ส.อ.ท.แจงน้ำท่วม 20 จังหวัด ส่งให้คนว่างงานทันที 6.63 แสนคน
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่มีต่อการดำเนินธุรกิจ ว่า ข้อมูลจากสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระบุว่ามีลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม 663,218 คน และสถานประกอบการได้รับความเสียหาย 14,172 แห่ง
ทั้งนี้ ได้จัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้สามารถเร่งฟื้นตัวและดำเนินกิจการ คงสภาพการจ้างงานต่อไปได้ภายหลังน้ำลด ประกอบไปด้วย 1.ชะลอหรือเลื่อนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันใน 7 จังหวัด และปรับขึ้น 40% จังหวัดอื่นๆ ในเดือน เม.ย. 2555 ออกไป โดยให้มีผลบังคับใช้ในต้นปี 2556 เนื่องจากผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่อุทกภัย และผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่อื่นแต่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากอุทกภัยครั้งนี้มีจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูไม่น้อยกว่า 1 ปี
2.ยกเว้นการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตรา 5% ของค่าจ้างเป็นเวลา 1 ปี เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการในช่วงระหว่างการปิดกิจการชั่วคราวและฟื้นฟู โดยที่ลูกจ้างยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนเดิม และ 3.สนับสนุนผู้ประกอบการคงสภาพการจ้างงาน โดยขอให้กระทรวงแรงงานพิจารณานำเงินจากกองทุนประกันสังคมที่ดูแลเรื่องการว่างงาน ซึ่งมีวงเงินอยู่ 55,680 ล้านบาท มาจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างในช่วงปิดกิจการและฟื้นฟูเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน โดยไม่ต้องมีการเลิกจ้าง
อย่างไรก็ตาม การปิดกิจการชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วมโรงงานเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถป้องกันได้ กฎหมายแรงงานไม่ได้กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างหรือค่าทดแทนให้แก่ลูกจ้าง แต่หากมีการเลิกจ้างต้องจ่ายชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา 118 แต่ขณะนี้มีหลายกิจการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างในการจ่ายค่าจ้างในอัตรา 75% หรือ 50% ในช่วงที่หยุดงาน ซึ่งผู้ประกอบการอาจช่วยเหลือได้แค่ 12 เดือน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการหยุดการผลิตและความเสียหายจากน้ำท่วม
นายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับ รมว.อุตสาหกรรมและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ว่า ขณะนี้เป็นห่วงว่าจะเกิดวิกฤตขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการขนส่งสินค้า ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ควรจะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้โดยเร็ว
ควรจะมีการแยกประเภทของสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มองให้เป็นภาพรวม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไหนที่เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ และจะไปกระทบกับการผลิตสินค้าอะไรบ้าง แม้ว่าบางโรงงานจะไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่มีปัญหาในเรื่องการขนส่ง ก็ไม่สามารถกระจายสินค้าไปได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดแคลนในอนาคต หรือกรณีที่เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนจะกระทบถึงส่งออกและการผลิตระดับภูมิภาค เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ รัฐบาลไม่ควรรอให้น้ำลดแล้วถึงแก้ไข เพราะสต๊อกมีแค่ 1-2 เดือน







