
บ้านจัดสรรจมน้ำ5หมื่นหลัง
เผยผู้บริโภคขยาดน้ำระยะสั้นถ้าวิกฤตซ้ำหนีอยู่คอนโดแน่
เผยผู้บริโภคขยาดน้ำระยะสั้นถ้าวิกฤตซ้ำหนีอยู่คอนโดแน่
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยผลสำรวจบ้านจัดสรร กรุงเทพฯ ปริมณฑล และอยุธยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 5 หมื่นหน่วย
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ได้สำรวจโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และพระนครศรีอยุธยา รวม 7 จังหวัด ในเบื้องต้นมีประมาณ 5 หมื่นหน่วย โดยแต่ละพื้นที่จะได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้ การสำรวจจะนำโครงการที่ขออนุญาตจัดสรร ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ ไม่รวมอาคารชุด และบ้านที่สร้างเอง โดยเป็นโครงการที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2533 นำมาเทียบกับแผนที่อุทกภัย ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นบ้านที่สร้างเสร็จและมีการอยู่อาศัยแล้ว ส่วนบ้านที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและขายมีเป็นส่วนน้อย
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ เพราะบ้านแต่ละหลังเกิดความเสียหายที่แตกต่างกัน และไม่ได้เสียหายทั้งหลัง จึงไม่สามารถเอาราคาบ้านมาประเมินเป็นตัวเลขความเสียหายได้ ซึ่งหลังจากนี้ศูนย์ข้อมูลฯ จะประเมินความเสียหายของโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทุกๆ 2 วัน
สำหรับทำเลบ้านจัดสรรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำครั้งนี้ ได้แก่ พื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เช่น หนองจอก บึงกุ่ม คลองสามวา บางบัวทอง รังสิต เป็นต้น ซึ่งพื้นที่ไหนที่น้ำท่วมเต็มพื้นที่เกือบ 100% ก็สามารถประเมินได้ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมได้อีกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม จากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้จะทำให้คนเกิดความกังวลต่อการซื้อบ้านในระยะสั้น แต่เชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดวิกฤตซ้ำรอยเหมือนน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้คงจะเป็นไปได้น้อย เพราะได้รับประสบการณ์จากการบริหารจัดการน้ำครั้งนี้แล้ว แต่ถ้าเกิดปัญหาซ้ำอีกจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการซื้อที่อยู่อาศัย และการพัฒนาโครงการในอนาคตอย่างแน่นอน
นายสัมมา กล่าวอีกว่า ในอนาคตผู้ประกอบการจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อบ้าน โดยการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าปัจจุบัน เช่น การถมดินให้สูงขึ้น การทำแนวกั้นน้ำที่แข็งแรง มีระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนมีการพัฒนาสูงขึ้น และหากปัญหาน้ำกลายเป็นวิกฤตที่เกิดซ้ำขึ้นอีก จะทำให้ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ
ผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ทำให้การซื้อขายบ้านไตรมาส 4 ลดลงแน่ แต่เชื่อว่าความรุนแรงคงจะไม่เทียบเท่ากับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน ที่สำคัญในสถานการณ์ขณะนี้สถาบันการเงินยังแข็งแกร่งกว่าช่วงวิกฤตในปี 2540







