
สตง.แฉใช้งบเบี้ยหัวแตกแก้น้ำ1.6แสนล้าน
สตง.ชำแหละงบลงทุนน้ำตั้งแต่ปี 2548-2552 วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท ใน 96 โครงการเป็นเบี้ยหัวแตกไม่ได้แก้ปัญหาวิกฤต
สตง.ชำแหละงบลงทุนน้ำตั้งแต่ปี 2548-2552 วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท ใน 96 โครงการเป็นเบี้ยหัวแตกไม่ได้แก้ปัญหาวิกฤต
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำหนังสือแจ้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงผลการตรวจสอบการดำเนินงานบริหารจัดการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของประเทศ พบว่าโครงการลงทุนระบบน้ำตั้งแต่ปี 2548-2552 ที่มีวงเงินลงทุนรวม 1.6 แสนล้านบาท ไม่สามารถจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่มีการจัดสรรงบประมาณไปใช้กันแบบเบี้ยหัวแตก
“ต้นตอปัญหาวิกฤตน้ำ ทั้งอุทกภัย ภัยแล้ง และน้ำเน่าเสีย ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดการประสานงาน การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การดำเนินงานการบริหารจัดการลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำหลัก ที่รัฐบาลเทงบประมาณไปกว่าแสนล้านบาท แต่โครงการส่วนใหญ่กลับไม่สามารถแก้ไขพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน” แหล่งข่าวกล่าวอ้างถึงข้อมูลในหนังสือของ สตง.
ทั้งนี้ สตง.ได้สุ่มตรวจโครงการลงทุนระบบน้ำในระดับพื้นที่ 171 โครงการ ใน 35 จังหวัด ในพื้นที่ 14 ลุ่มน้ำหลัก ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548-2552 วงเงินลงทุน 1,637 ล้านบาท พบว่ามีโครงการที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และไม่มีประสิทธิภาพจำนวน 96 โครงการ คิดเป็น 56.14% ของโครงการที่เข้าไปตรวจสอบ
สตง.ได้รายงานว่า สาเหตุที่ทำให้การจัดการลุ่มน้ำไม่มีประสิทธิภาพ เพราะองค์กรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ชุมชน ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคประชาชนขาดความเข้มแข็ง ไม่มีบทบาทอย่างแท้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดการบูรณาการและวางแผนการทำงานร่วมกัน และไม่มีระบบการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน
นอกจากนี้ การลงทุนระบบน้ำบางโครงการได้สร้างความขัดแย้งระหว่างประชาชนในชุมชนระยะยาว







