
"จากัวร์ เอ็กซ์เจ ดีเซล"หรูก็ได้...แรงก็ดี!!!
ลองขับ "จากัวร์ เอ็กซ์เจ ดีเซล" ซีดานสุดหรู ที่มากับขุมพลัง 3.0 ลิตรเทอร์โบพร้อมม้า 275 ตัว และราคาระดับ 12.2 ล้านบาท
ลองขับ "จากัวร์ เอ็กซ์เจ ดีเซล" ซีดานสุดหรู ที่มากับขุมพลัง 3.0 ลิตรเทอร์โบพร้อมม้า 275 ตัว และราคาระดับ 12.2 ล้านบาท
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
ในบรรดารถยนต์หรูหราที่ทำตลาดอยู่ในประเทศไทย จากัวร์ในเครือเอเอเอส ออโต้เซอร์วิส ดูเหมือนจะเป็นแบรนด์ที่ขยับตัวน้อยที่สุด เนื่องจากตัวสินค้าใหม่ๆ ในตลาดมีไม่มากนัก เรียกว่าย้อนกลับไปครั้งสุดท้ายก็ต้องข้ามปีกันไปสมัยที่เปิดตัวเอ็กซ์เจครั้งก่อนเลยทีเดียว
เอ็กซ์เจที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ทำตลาดได้ดีพอสมควรในกลุ่มของมหาเศรษฐีผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์แปลกๆ แตกต่างจากค่ายตราดาว-ตราใบพัด ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มรวยจริง ที่เน้นภาพลักษณ์ของการเลือกเป็นเจ้าของรถ น่าจะเหนือกว่าการขับขี่และค่าน้ำมันที่ต้องใช้งานในแต่ละวันเสียด้วยซ้ำ
แต่เมื่อทำตลาดมาถึงระดับหนึ่ง แน่นอนว่าเอ็กซ์เจเองก็ต้องการการเปลี่ยนแปลงและต้องการกลุ่มลูกค้าใหม่ที่จะต้องปรับพฤติกรรม โดยจากัวร์ คาร์ส (ประเทศไทย) คงมองเห็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นไม่แพ้หน้าตา แต่แน่นอนว่ายังต้องเป็นมหาเศรษฐีอยู่เหมือนเดิม จึงได้นำเอ็กซ์เจ เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาทำตลาด
ที่บอกว่าแน่นอนว่ายังต้องเป็นมหา เศรษฐีเหมือนเดิม เพราะสนนราคาของเอ็กซ์เจ ดีเซลคันที่ผมไปลองขับมานี้ มีค่าตัวในระดับ 12.2 ล้านบาท เนื่องจากสมรรถนะของเครื่องยนต์อยู่เหนือข้อกำหนดที่ภาษีสำหรับรถยนต์ในประเทศไทยกำหนดเอาไว้ทั้งหมด ทำให้ราคาดีดพุ่งขึ้นไปแบบไม่เกรงใจลูกค้า
เลยเป็นคำถามว่าเมื่อจ่ายแพงขึ้นแล้ว คุ้มค่าหรือเปล่ากับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ที่ได้มา หรือจะกลับไปซื้อรุ่นเครื่องยนต์เบนซินต่ำกว่า 10 ล้าน แล้วเหลือเงินไว้เติมน้ำมันไปได้อีกหลายปีดีกว่ากัน...
มองภายนอกแล้วหรือแม้แต่ไปยืนตรงฝากระโปรงตอนสตาร์ตต้องบอกว่ามี ความแตกต่างกันไม่มากครับ เรียกว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่เก็บเสียงดีทีเดียว ยิ่งถ้าเข้าไปนั่งในรถนี่ถือว่าหายห่วง การเก็บเสียงแม้แต่ในจังหวะเร่งเครื่องยนต์ถือว่าทำได้ดีไม่มีที่ติ จนบางทีแอบสงสัยด้วยซ้ำว่าดีเซลจริงหรือเปล่า
ด้านความหรูหราไม่ต้องพูดถึง เพราะจากัวร์เองขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบในการเก็บรายละเอียดของรถอยู่แล้ว ด้านนอกแม้จะตกแต่งตัวถังให้ดูมีมัดกล้าม แต่ก็ไม่ได้ดูบึกบึนจนเกะกะ ขณะที่ภายในมีออปชันจำนวนมากที่ให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะปรารถนาสิ่งใด พวกสีเบาะหนัง ทริมต่างๆ ในรถ ถ้าไม่กลัวรอนานก็จิ้มเลือกกันได้หมด
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่ประกอบด้วยจอทีวีขนาดเล็กสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 จอ พร้อมด้วยรีโมตควบคุมที่สามารถแยกการควบคุมจากกันเองและจากจอคำสั่งด้านหน้าได้ ที่นั่งโดยสารตอนหลังโอ่อ่ากว้างขวาง เพราะรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายเป็นรุ่นฐานล้อยาวอยู่แล้ว
รถคันนี้ถือเป็นรถยนต์คันแรกของจากัวร์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3 ลิตร พาราเรล เทอร์โบ ซึ่งไม่มีการควบคุมสเปกให้อยู่ในเกณฑ์ของภาษีแต่อย่างใด ทำให้เรียกแรงม้าสูงสุดถึง 275 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 600 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดของแซดเอฟ
ตัวเครื่องยนต์ได้รับการดัดแปลงให้เหมาะสมกับมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลของประเทศไทย ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้งานอย่างแน่นอน โดยสิ่งเดียวที่มีการควบคุมเอาไว้สำหรับรถคันนี้ก็คือความเร็วสูงสุดที่ล็อกเอาไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น
ทันทีที่กระโดดไปนั่งหลังพวงมาลัย ปรับเบาะที่นั่งให้เข้าที่ กระทืบคันเร่งลงไป ตัวรถจะใช้เวลาในการคิดเพียงเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งพรวดออกจากจุดหยุดนิ่งอย่างแรง การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลอย่างต่อเนื่องและทำงานสอดคล้องกับเครื่องยนต์อย่างดี โดยมีระบบความปลอดภัยมากมายคอยสนับสนุนการขับขี่อยู่
แต่หากต้องการความตื่นเต้นมากขึ้น ก็สามารถเลือกเกียร์โหมดสปอร์ต พร้อมยกเลิกระบบควบคุมเสถียรภาพของตัวรถได้เช่นกัน ซึ่งเกียร์จะเปลี่ยนอย่างรวดเร็วขึ้น ตอบสนองการขับขี่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิมอีก แต่อาจจะต้องระมัดระวังกับการเบรกเล็กน้อย เพราะเบรกดูจะกระตือรือร้นและตอบสนองต่อการจิ้มแป้นเบรกเร็วไปสักนิด ซึ่งหลายๆ คนอาจจะชอบเพราะจะรู้สึกปลอดภัยขึ้น
แม้จะออกแบบภายนอกแบบรูปทรงลู่ลม ทำให้ดูเหมือนภายในห้องโดยสารจะดูอึดอัด แต่จากัวร์ก็แก้ปัญหาด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามิก ที่พร้อมเปิดรับธรรมชาติจากภายนอกได้ แต่ปล่อยให้ความร้อนผ่านได้แค่ 8.2%แถมผู้ซื้อยังสามารถเลือกสีสันภายนอก ภายใน ลายไม้ และหนังได้ รวมทั้งแผงไม้ที่ทำลายด้วยเลเซอร์ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้กว่า 200 รูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร
ทีมงานของจากัวร์บอกว่าแม้จะยังไม่ได้ส่งมอบอย่างเป็นทางการ แต่เอ็กซ์เจ ดีเซลก็มียอดจองเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐีไทยยังพอมีเงินเหลือจับจ่ายซื้อรถหรูค่าตัว 8 หลักกันอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
ส่วนพวกเบี้ยน้อยหอยน้อย แค่ได้ชื่นชมห่างๆ ได้หย่อนก้นจับพวงมาลัยสักครั้ง...ก็พอแล้ว!!!







