posttoday
สินค้าขึ้นรอค่าจ้างใหม่โขก6-10%

สินค้าขึ้นรอค่าจ้างใหม่โขก6-10%

19 ตุลาคม 2554

เอกชนแห่ปรับขึ้นราคาสินค้าล่วงหน้า 6-10% รอรับนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างปีหน้า

เอกชนแห่ปรับขึ้นราคาสินค้าล่วงหน้า 6-10% รอรับนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างปีหน้า

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการประเมินว่าราคาสินค้าต่างได้ปรับตัวเพิ่มล่วงหน้าเฉลี่ย6-10% แล้ว เพื่อรองรับมติการปรับขึ้นค่าจ้างของคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (คณะกรรมการไตรภาคี) ให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ใน 7 จังหวัด คือ กทม. จ.สมุทรปราการ สมุทรสาครปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และภูเก็ตส่วนจังหวัดที่เหลือให้ปรับขึ้น 40% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555 ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งราคาสินค้าที่ปรับตัวนั้นยังไม่ได้รวมถึงกรณีของน้ำท่วมที่ทำให้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าจะขาดแคลนในอนาคต

“รัฐบาลใจดำมากเพราะการปรับขึ้นค่าจ้างของไตรภาคีได้เป็นการซ้ำเติมภาคอุตสาหกรรมที่ลงทุนในไทยอย่างมาก หลังจากที่ผู้ประกอบการเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมจนโรงงานได้รับความเสียหายในระดับไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท รวมถึงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจของโลกที่ชะลอตัว” นายธนิต กล่าว

ทั้งนี้ จากผลสำรวจสมาชิก ส.อ.ท. พบว่า 62% ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการปรับค่าจ้างแบบก้าวกระโดดของรัฐบาล เนื่องจากฝ่ายการเมืองได้เข้ามาแทรกแซงระบบของคณะกรรมการไตรภาคีจนทำให้ภาคเอกชนขาดความเชื่อมั่นสถานการณ์นโยบายค่าจ้าง เพราะในอนาคตเชื่อว่าพรรคการเมืองอื่นจะปรับขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดด เพื่อให้สูงกว่ารัฐบาลชุดนี้

อย่างไรก็ดี แม้จะมีกระแสว่านายจ้างอาจจะฟ้องศาลปกครองและศาลอื่นๆ เพราะมองว่าไม่เป็นธรรมที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงคณะกรรมการไตรภาคี จึงต้องขอให้รัฐบาลมีมาตรการเข้ามาเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากค่าจ้าง โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี รวมถึงการช่วยพัฒนาศักยภาพของแรงงาน

ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ต้องการเสนอให้นักลงทุนเตรียมแผนลงทุนในต่างประเทศที่จะเป็นทางเลือกของการทำธุรกิจในอนาคต เพื่อหาต้นทุนการผลิตที่ต่ำและการขยายตลาดสินค้าใหม่ๆ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองของไทยแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะการทำนโยบายประชานิยมแล้วโยนภาระให้เอกชนรับผิดชอบ

ปัจจุบันผู้ประกอบการหลายรายเข้าไปตั้งฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากแล้ว เพราะมองว่าในอนาคตพรรคการ เมืองต้องใช้นโยบายขึ้นค่าจ้างเหมือนเดิม ทำให้ภาคธุรกิจไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ที่สำคัญมีกระแสว่าธุรกิจเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นที่ต้องการย้ายฐานผลิตมาไทย หลายรายหันไปเจรจาลงทุนในเวียดนามและอินโดนีเซียแทน

นายธนิต กล่าวว่า ภาคเอกชนส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลทยอยปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาทภายใน 3 ปี เพื่อให้เอกชนได้ปรับตัว เพราะหากเร่งประกาศขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดดก็จะส่งผลให้ธุรกิจเอสเอ็มอี 2.9 ล้านราย ต้องประสบปัญหาความเดือดร้อน เพราะมีสภาพคล่องไม่สูงเหมือนกับรายใหญ่ ขณะเดียวกันภาคเอกชนยังกังวลถึงกรณีที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 อาจทำให้แรงงานประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในไทยเพิ่มมากขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท