
ผลตอบแทนดีมีอะไรซ่อนอยู่
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนหนึ่งโทร.มาเล่าว่า ได้รับการแนะนำจากพนักงานธนาคารว่ามีกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนหนึ่งโทร.มาเล่าว่า ได้รับการแนะนำจากพนักงานธนาคารว่ามีกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ
โดย..สุรีรัตน์ สุรเดชะ
เมื่อสอบถามรายละเอียดดูก็ได้รับคำอธิบายว่ากองทุนรวมนี้ไปลงทุนในตราสารที่เรียกว่า เครดิตลิงก์โน้ต เพื่อนบอกว่าฟังคนขายอธิบายแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะลงทุนดีหรือไม่ วันนี้จึงอยากพาท่านผู้อ่านมารู้จักเครดิตลิงก์โน้ตกันค่ะ
Credit Linked Note หรือ CLN เป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่กำหนดเงื่อนไขการคืนเงินต้นโดยอ้างอิงกับ “ความสามารถในการชำระหนี้” ของหลักทรัพย์อ้างอิง เช่น ธนาคารออกเครดิตลิงก์โน้ตที่อ้างอิงกับหุ้นกู้ของบริษัทแห่งหนึ่งขายให้ผู้ลงทุน โดยกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อถึงกำหนดชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นคืน หากไม่เกิดเหตุการณ์ใดที่จะทำให้ทั้งธนาคารผู้ออกเครดิตลิงก์โน้ต และบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ (Default) ทั้งส่วนของการจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้น ผู้ลงทุนก็จะได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามปกติ แต่หากธนาคารผู้ออกเครดิตลิงก์โน้ต หรือบริษัทผู้ออกหุ้นกู้เกิด Default ขึ้นมา ผู้ลงทุนก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยและอาจได้รับเงินต้นคืนไม่ครบ อาจเปรียบให้เห็นภาพได้เหมือนจักรยานที่ทั้ง 2 ล้อ ต้องอยู่ครบในสภาพสมบูรณ์ หากล้อใดล้อหนึ่งยางแบนหรือคดงอ ก็ไม่สามารถพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างราบรื่นได้ค่ะ
ด้วยการที่ผู้ลงทุนในเครดิตลิงก์โน้ตต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มากขึ้น กองทุนรวมตราสารหนี้ที่ลงทุนในเครดิตลิงก์โน้ตนี้ จึงให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไป เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น เพราะผู้ลงทุนไม่เพียงต้องรับความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ของธนาคารผู้ออกเครดิตลิงก์โน้ต เช่นเดียวกับตราสารหนี้ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังต้องรับความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของหลักทรัพย์อ้างอิงด้วย
เมื่อจะลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้ คุณจึงควรพิจารณาความเสี่ยงในด้านความน่าเชื่อถือ (Credit Risk) ของทั้งตัวผู้ออกและหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักว่า จะสามารถชำระหนี้และจ่ายดอกเบี้ยได้ตามที่สัญญาไว้หรือไม่ ในเบื้องต้นก็อาจดูที่ข้อมูลอันดับเครดิต (Credit Rating) โดยหาดูได้จากหนังสือชี้ชวนของกองทุนรวมนั้น ในเรื่องนี้ผู้ลงทุนในกองทุนรวมที่มีเครดิตลิงก์โน้ตอยู่ในพอร์ตก็อาจสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจาก ก.ล.ต.มีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพของสินทรัพย์อ้างอิงและบริษัทผู้ออกเครดิตลิงก์โน้ตว่า จะต้องมีอันดับเครดิตไม่น้อยกว่าระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) เพื่อเป็นการคุ้มครองไม่ให้ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงมากเกินไป
หากกองทุนรวมไปลงทุนในเครดิตลิงก์โน้ตในต่างประเทศ กองทุนรวมนั้นก็จะมีความเสี่ยงของการไปลงทุนในต่างประเทศด้วย ทั้งความเสี่ยงของประเทศ (Country Risk) ในเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ภาวะเศรษฐกิจ ฐานะการเงินการคลังของประเทศ เป็นต้น และต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Risk) ด้วย โดยดูว่ากองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ไว้หรือไม่ เต็มจำนวนหรือบางส่วน เพราะแม้ว่ากองทุนรวมนั้นได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ แต่หากต้องขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนก็นับว่าไม่คุ้มกัน
นอกจากนี้ กองทุนรวมที่ลงทุนในเครดิตลิงก์โน้ตเป็นหลัก มักจะเป็นกองทุนปิด ดังนั้น ผู้ลงทุนจะต้องถือหน่วยลงทุนไปจนครบกำหนดอายุโครงการ ไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดได้ ก่อนตัดสินใจลงทุน จึงควรดูอายุกองทุนว่าสอดคล้องกับความต้องการใช้เงินของคุณหรือไม่
ในปัจจุบัน กองทุนรวมมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี สินค้าที่ซับซ้อนแบบนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วย ดังนั้น ในฐานะผู้ลงทุนในกองทุนรวม เราควรทำความเข้าใจกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสินค้าซับซ้อนต่างๆ ที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุนด้วย เพื่อจะได้พิจารณาชั่งน้ำหนักผลตอบแทนและความเสี่ยงโดยรวมของกองทุนรวมที่เข้าไปลงทุน ว่าเหมาะสมสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่เรารับได้หรือไม่ เพราะโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้นนี้ จะได้ไม่กลายเป็นความเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อผลการดำเนินงานของกองทุนไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้ค่ะ







