
ร้านอาหารย้ายแหล่งผลิต/ปรับเมนูฝ่าน้ำ
น้ำท่วมหนัก ช็อกสายผลิตโรงงาน “ร้านอาหารน้ำมันพืช” เร่งปรับโยกผลิตพื้นที่ปลอดภัย พร้อมรื้อเมนูรับวัตถุดิบขาด
น้ำท่วมหนัก ช็อกสายผลิตโรงงาน “ร้านอาหารน้ำมันพืช” เร่งปรับโยกผลิตพื้นที่ปลอดภัย พร้อมรื้อเมนูรับวัตถุดิบขาด
นายเมธา ธนหสิริ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายควบคุมคุณภาพ บริษัท เอ็มเค เรสเทอรองต์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารสุกี้เอ็มเค ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้สั่งปิดโรงงานผลิตสินค้าวัตถุดิบชั่วคราว พร้อมสั่งอพยพคนงาน 220 คน ให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะปกติ ซึ่งในส่วนของพนักงานที่ทำงานกับโรงงานที่สาขานวนครทั้งหมด บริษัทจะย้ายให้ไปทำงานที่โรงงานสาขาบางนาตราด พร้อมเพิ่มกำลังผลิตเต็มที่ เพื่อป้อนสาขาทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง หลังคันกั้นน้ำนิคมอุตสาหกรรมนวนครแตก เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทมั่นใจจะไม่กระทบบริษัท
แหล่งข่าวจากบริษัท ยัม เรสเทอรองต์ ประเทศไทย ผู้บริหารร้านเคเอฟซีและร้านพิซซาฮัท เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมรุนแรงขณะนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารพอสมควร รวมถึงบริษัทโดยเฉพาะแบรนด์เคเอฟซี เนื่องจากขณะนี้วัตถุดิบบางอย่างเริ่มขาดแคลน ทำให้ร้านแต่ละสาขามีอาหารบริการลูกค้า 60-70% ของเมนูทั้งหมด จากซัพพลายเออร์หลายรายมีโรงงานและคลังสินค้าตั้งอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เจอน้ำท่วม ทำให้เดินเครื่องผลิตและขนส่งสินค้าไม่ได้
บริษัทต้องหาทางออกด้วยการหาวัตถุดิบใหม่ๆ เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน ขณะที่ไก่ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหลักนั้นยังไม่มีปัญหา เพราะสามารถรับจากซัพพลายเออร์ได้โดยตรงจากทางเครือซีพี ซึ่งในช่วงนี้เคเอฟซีจะพยายามบริการเมนูหลัก เช่น ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายด์ และเครื่องดื่มเป็นหลัก ส่วนเมนูอื่นที่ต้องใช้วัตถุดิบมากเป็นพิเศษก็อาจจะมีบริการไม่ครบทุกสาขา หรืออาจไม่มีบริการเลย เช่น ข้าวยำไก่แซ่บ และข้าวยำไก่ซี้ด เพราะวัตถุดิบหลายอย่าง เช่น น้ำยำ เห็ดหูหนูขาว และมะเขือเทศขาดตลาด
พร้อมกันนี้บริษัทยังได้ติดประกาศแจ้งให้ลูกค้าที่มาใช้บริการร้านเคเอฟซี เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ที่อาจจะให้บริการอาหารได้ไม่ครบรายการ (เมนู) จากปัญหาน้ำท่วม ซึ่งซัพพลายเออร์ส่งสินค้าไม่ได้ตามกำหนด แต่ยังเปิดบริการปกติ ซึ่งเฉลี่ยสาขาในกรุงเทพฯ มีสต๊อก 12 สัปดาห์ ส่วนต่างจังหวัดมีสต๊อก 24 สัปดาห์
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ สุดสัปดาห์นี้จะเกิดปัญหาหนักมากขึ้น เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวหลายวัน ดังนั้นผู้บริโภคอาจจะออกมารับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น ในขณะที่ร้านอาหารส่วนใหญ่เผชิญกับปัญหาวัตถุดิบขาดตลาดในการปรุงอาหาร อาจจะมีบริการได้ไม่เต็มที่
นายประวิทย์ สันติวัฒนา กรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันบริโภคไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันรำข้าวคิง กล่าวว่า บริษัทได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยน้ำท่วม เนื่องจากมีโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงแม้ว่าตอนนี้น้ำจะยังไม่เข้าท่วมทำความเสียหายภายในโรงงาน แต่บริษัทต้องหยุดการผลิตทั้งหมดตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เพราะไม่สามารถขนส่งวัตถุดิบต่างๆ เข้าไปโรงงานได้ และต้องคำนึงความปลอดภัยพนักงานทั้ง 150 คน โดยโรงงานดังกล่าวสกัดน้ำมันดิบ 900 ตันต่อวัน เพื่อส่งต่อไปที่โรงงานใน จ.สมุทรปราการ เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นน้ำมันบริสุทธิ์ผลจากโรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา หยุด 2 สัปดาห์ เสียหายไปกว่า 10 ล้านบาททั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นจากการหยุดการผลิตของโรงงานในอยุธยาในช่วง 12 สัปดาห์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้าบาท
ทั้งนี้หากบริษัทหยุดการผลิตที่โรงงานอยุธยานานเกิน 1 สัปดาห์นับจากนี้ คาดส่งผลต่อโรงงานที่สมุทรปราการให้ต้องหยุดการผลิตด้วย เพราะโรงงานแห่งนี้ต้องรับน้ำมันดิบต่อจากโรงงานอยุธยาเพื่อเข้าสู่กระบวนการ ผลิตให้เป็นน้ำมันบริสุทธิ์ โดยขณะนี้ยังมีสต็อกรองรับได้อีกประมาณ 45 วันเท่านั้น ส่วนสินค้าที่ขาดหายไปบนชั้นวางสินค้าในห้างก่อนหน้านี้ คาดเกิดจากปัญหาด้านการขนส่งหรือกระจายสินค้าไปยังสาขาที่ ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ส่วนผลประกอบการในปีนี้ หากยอดขายทรงตัวได้เท่ากับปีที่ผ่านมาก็พอใจ จากเป้าเติบโตเดิมที่วาวไว้ 10% ซึ่งน้ำท่วมในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมาก







