posttoday
มาเลเซียรุกฆาตด้านเศรษฐกิจการลงทุน

มาเลเซียรุกฆาตด้านเศรษฐกิจการลงทุน

17 ตุลาคม 2554

นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แถลงงบประมาณประจำปี 2555 ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2554

นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้แถลงงบประมาณประจำปี 2555 ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2554

โดย..ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ 

ภายใต้เนื้อหาหลัก คือ “นโยบายเปลี่ยนแปลงประชาชาติ : สวัสดิภาพสำหรับประชาชน ความอยู่ดีกินดีสำหรับประชาชาติ” ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางใหม่เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจการลงทุนในอนาคต

ประการแรก รัฐบาลมาเลเซียกำหนดเปิดเสรีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มอีก 17 สาขาในปี 2555 เช่น โรงพยาบาลเอกชน บริการด้านการแพทย์และทันตแพทย์ สถาปัตยกรรม บัญชีและภาษีอากร บริการกฎหมาย ขนส่งพัสดุด่วน บริการศึกษาและฝีกอบรม บริการโทรคมนาคม ฯลฯ โดยอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ 100%

ประการที่สอง กำหนดพัฒนามาเลเซียเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาค ส่งเสริมบริการทางการเงินให้เป็นแบบครบวงจรและเบ็ดเสร็จ โดยส่งเสริมให้บรรษัทข้ามชาติมาจัดตั้งศูนย์บริหารเงินในมาเลเซีย เพื่อให้มาเลเซียเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาค โดยกำหนดมาตรการส่งเสริม ได้แก่ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลง 70% จากอัตราปกติ รวม 5 ปี การยกเว้นเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ การยกเว้นอากรแสตมป์ที่จัดเก็บตามสัญญาเงินกู้หรือสัญญาให้บริการ

ยิ่งไปกว่านั้น ได้กำหนดพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อรองรับธุรกิจการเงินระหว่างประเทศ ดำเนินการในนาม “เขตบริการทางการเงินระหว่างประเทศแห่งกรุงกัวลากัมเปอร์” โดยจะให้สิทธิและประโยชน์แก่ธุรกิจการเงินระหว่างประเทศ ดังนี้ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 10 ปี ยกเว้นการเก็บอากรแสตมป์ที่เก็บจากสัญญาเงินกู้หรือสัญญาให้บริการสำหรับบริษัทที่ได้รับสถานภาพ KLIFD (KLIFD Status) ให้สามารถหักค่าใช้จ่ายในรูป Building Allowance และ Accelerated Capital Allowance สำหรับบริษัทที่ได้รับสถานภาพ KLIFD Marquee Status

สำหรับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ KLIFD เพื่อรองรับการลงทุน ก็อยู่ในข่ายได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกัน คือ ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในสัดส่วน 70% เป็นเวลา 5 ปี

ประการที่สาม ส่งเสริมการท่องเที่ยว ปัจจุบันแบรนด์การท่องเที่ยวของมาเลเซีย คือ “มาเลเซีย ที่นี่เอเชีย” หรือ “Malaysia Truly Asia” ประสบผลสำเร็จอย่างท่วมท้น กลายเป็นคำขวัญคุ้นหูของคนทั่วโลก จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของมาเลเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 22 ล้านคน ในปี 2551 เป็น 25 ล้านคน ในปี 2553 ทำให้เป็นประเทศที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายปีติดต่อกัน โดยในปี 2553 นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้ให้แก่ประเทศมาเลเซียมากถึง 5.6 หมื่นล้านริงกิต หรือประมาณ 5.6 แสนล้านบาท

คำแถลงงบประมาณปี 2555 ได้กำหนดแผนพัฒนาด้านท่องเที่ยวในอนาคต เช่น ส่งเสริมการก่อสร้างโรงแรมหรูรองรับนักท่องเที่ยวระดับบน จะให้สถานภาพ Pioneer Status แก่การลงทุนโรงแรมระดับ 4–5 ดาว โดยยกเว้นภาษีเงินได้ในสัดส่วน 70% หรือในรูป Investment Tax Allowance เป็น 60% เป็นเวลา 5 ปี

ประการที่สี่ ประกาศให้ปี 2555 เป็นปีแห่งการเคลื่อนไหวด้านนวัตกรรมแห่งประชาชาติ สำหรับธุรกิจให้บริการออกแบบซึ่งต้องการความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งจะส่งผลดีในด้านเสริมสร้างคุณลักษณะ เพิ่มความปลอดภัย ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ ดังนั้น รัฐบาลจะให้สถานภาพ แก่บริษัทที่ทำธุรกิจให้บริการออกแบบทางอุตสาหกรรม โดยลดหย่อนภาษีเงินได้ 70% เป็นเวลา 5 ปี

ประการที่ห้า พัฒนาชนบท จะพัฒนาพื้นที่เพื่อชักจูงการลงทุน การสร้างงาน โดยมีมาตรการส่งเสริม อาทิ จัดตั้งกองทุน Professional Services Fund ขนาด 100 ล้านริงกิต หรือ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4% ยกเว้นอากรแสตมป์ เพื่อจูงใจให้บรรดานักวิชาชีพ เช่น นักกฎหมาย แพทย์ นักบัญชี มาจัดตั้งธุรกิจในเมืองขนาดเล็ก

การส่งเสริมการให้บริการขนส่งมวลชนโดยรถบัสในชนบท จะก่อตั้งกองทุน Public Transport Development Fund ขนาด 150 ล้านริงกิต ในธนาคาร SME ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอัตรา 4% เพื่อนำไปซื้อรถบัสใหม่หรือปรับปรุงรถบัสเดิมให้คุณภาพดีขึ้น

สุดท้ายนี้ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนับเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศมาเลเซียเช่นเดียวกับไทย ซึ่งแต่ละปีรัฐบาลมาเลเซียต้องใช้เงินมากถึง 1,000 ล้านริงกิต หรือ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปัจจุบันมีประชากรของมาเลเซียถึง 4 ล้านคน อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม ดังนั้น จะต้องใช้งบประมาณ 1,000 ล้านริงกิต หรือ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อก่อสร้างเขื่อนและขุดรอกแม่น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก  

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน