
ปันน้ำใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม การยกเว้นภาษีที่ปริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ก่อนอื่น ผมและชาวเกียรตินาคินทุกคน ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยให้ข้ามผ่านเหตุการณ์ต่างๆ
ก่อนอื่น ผมและชาวเกียรตินาคินทุกคน ขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยให้ข้ามผ่านเหตุการณ์ต่างๆ
ไปได้อย่างปลอดภัย เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งถือเป็นช่วงวิกฤตของประเทศ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไทยนี้เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องช่วยเหลือกัน และต้องขอบคุณพี่น้องในหลายพื้นที่ที่เสียสละรับน้ำ รับความเสียหายแทนพื้นที่อื่นๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้รับกลับมาก็คือ ภาพของความสามัคคีของคนไทย อย่างเช่น ภาพของท่านนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และท่านอดีตนายกฯ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร่วมกันหารือเพื่อแก้ปัญหา และภาพของน้ำใจพี่น้องชาวไทยที่ร่วมมือร่วมใจกันบริจาคเงิน สิ่งของ และกำลังกายกำลังใจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเพื่อเป็นการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับเงินได้ ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น ลงวันที่ 3 ต.ค. 2554
หลักเกณฑ์การหักลดหย่อนเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
1.ต้องบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป
2.ต้องบริจาคเป็นตัวเงินเท่านั้น
3.ให้ยกเว้นเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนเท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น
หลักเกณฑ์การหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อภาษีเงินได้นิติบุคคล
1.ต้องบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป
2.จะบริจาคเป็นตัวเงินหรือทรัพย์สินก็ได้
3.ให้ยกเว้นสำหรับเงินได้เท่าจำนวนเงินหรือราคาทรัพย์สินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
หลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
1.ต้องบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป
2.ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบการได้นำไปบริจาค
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข
1.ต้องเป็นการบริจาคโดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ
2.บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่เป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ ต้องดำเนินการในลักษณะเป็นสื่อกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติอย่างเปิดเผย
3.บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ดำเนินการในลักษณะเป็นสื่อกลางในการเป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน ที่มิใช่ส่วนราชการ องค์การของรัฐบาล หรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ให้แจ้งชื่อต่ออธิบดีกรมสรรพากรแสดงว่าเป็นผู้ทำหน้าที่ดำเนินการในลักษณะเป็นสื่อกลางในการเป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน
หลักฐานการบริจาคที่ผู้บริจาคจะนำมาใช้เพื่อยกเว้นภาษีสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน (ก) หลักฐานการรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นตัวแทนในการรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาค ได้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงการรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า ที่ระบุข้อความที่มีสาระสำคัญว่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น โดยระบุช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นดังกล่าวด้วย หรือข้อความอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
(ข) หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในช่วงระยะเวลาที่เกิดอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นดังกล่าว ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นตัวแทนในการรับบริจาคดังกล่าวได้เปิดบัญชีธนาคารขึ้นเพื่อรับเงินบริจาค โดยผู้บริจาคต้องมีหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารดังกล่าวที่พิสูจน์ได้ว่าตนเองเป็นผู้บริจาค
กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่เป็นตัวแทนรับบริจาคเป็นผู้บริจาคด้วย ให้แสดงหลักฐานตาม (ก) และ (ข) เป็นหลักฐานการบริจาคเพื่อใช้ยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วแต่กรณี โดยจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการบริจาคจริง
กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคทรัพย์สิน ต้องมีหลักฐานการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่บริจาค ที่ระบุจำนวนและมูลค่าของทรัพย์สินที่บริจาคนั้น เช่น ใบกำกับภาษี ใบรับเงินที่ได้ซื้อทรัพย์สินมาบริจาค เป็นต้น หรือหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าหรือเป็นผู้ขายสินค้าที่บริจาคที่แสดงต้นทุนสินค้านั้นได้ ซึ่งจะต้องเป็นทรัพย์สินรายการเดียวกับที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่เป็นตัวแทนในการรับทรัพย์สินหรือสินค้าออกเป็นหลักฐานในการรับบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้านั้นให้แก่ผู้บริจาค
ข่าวดีล่าสุด คือ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (11 ต.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ผู้บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-31 ธ.ค. 2554 สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้ 1.5 เท่า ของจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาค
และอีกหนึ่งช่องทางเพื่อร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะนี้ธนาคารเกียรตินาคินได้ร่วมกับกระทรวงการคลัง เปิดบัญชี “คลังรวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” เลขที่ 00012100006645 ประเภทออมทรัพย์ ธนาคารเกียรตินาคิน สำนักอัมรินทร์ (สำนักงานใหญ่) ยกเว้นค่าธรรมเนียการโอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 026803333 หรือ [email protected]







