posttoday
ชี้ธุรกิจอสังหาฯต.ค.สำลักน้ำ

ชี้ธุรกิจอสังหาฯต.ค.สำลักน้ำ

17 ตุลาคม 2554

ศูนย์ข้อมูลคาดอสังหาฯ เดือน ต.ค.เดี้ยง เจอพิษน้ำท่วม ทำคนหมดอารมณ์ซื้อบ้าน หวั่นเปิดตัวใหม่หดตัวแรงเหลือไม่ถึง 5,000 หน่วย

ศูนย์ข้อมูลคาดอสังหาฯ เดือน ต.ค.เดี้ยง เจอพิษน้ำท่วม ทำคนหมดอารมณ์ซื้อบ้าน หวั่นเปิดตัวใหม่หดตัวแรงเหลือไม่ถึง 5,000 หน่วย

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการประเมินวิกฤตน้ำท่วมในเบื้องต้นได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ โดยในส่วนแรกเป็นการกระทบต่อการเปิดตัวโครงการใหม่ ที่คาดว่าจำนวนที่อยู่อาศัยใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดในเดือน ต.ค.ปีนี้จะหดตัวอย่างรุนแรง ลดลงเหลือเพียงไม่ถึง 5,000 หน่วย ซึ่งแตกต่างจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่เฉพาะห้องชุดเปิดใหม่เข้าสู่ตลาดมากถึง 6.6 หมื่นหน่วย

สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมามีเพียง 4 โครงการ รวม 1,600 หน่วยเท่านั้น แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 300 หน่วย และห้องชุด 1,300 หน่วย ของกลุ่มศุภาลัย กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค และโครงการพรีมิโอ บาย พรีเมี่ยม เพลส (มัยลาภ) ของบริษัท พรเจริญทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้

ชี้ธุรกิจอสังหาฯต.ค.สำลักน้ำ

 

“หลังจากนี้หากสถานการณ์น้ำท่วมยังอยู่ในขั้นวิกฤต การเปิดตัวโครงการใหม่อาจชะลอตัว โดยเฉพาะในเบื้องต้นบ้านแนวราบได้รับผลกระทบมากที่สุด” นายสัมมา กล่าว

ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายก็ชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน เพราะผู้บริโภคยังกังวลกับภาวะน้ำท่วม อีกทั้งผู้ซื้อบ้านบางส่วนจะใช้จังหวะนี้ประเมินทำเลที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมเป็นหนึ่งในปัจจัยการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยด้วย โดยจากการลงพื้นที่สำรวจของศูนย์ข้อมูลฯ พบว่าพื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนักในเวลานี้ ทำให้ยากจะประเมินถึงแนวโน้มได้ว่าตลาดจะเป็นอย่างไรต่อ ยิ่งถ้าน้ำเข้าเขตชั้นในซึ่งเป็นบริเวณที่มีโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ ผลกระทบก็จะยิ่งขยายวงกว้างมากขึ้น

ด้านงานก่อสร้างต่างๆ ก็คงได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เพราะผู้ประกอบการต่างต้องหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันน้ำท่วมภายในโครงการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและโครงการที่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว อีกทั้งการที่วัสดุก่อสร้างบางประเภท เช่น อิฐ หิน ปูน ทราย และแรงงานขาดแคลน เพราะบางส่วนต้องกลับภูมิลำเนา ยังเป็นปัจจัยที่กระทบกับงานก่อสร้างโครงการต่างๆ ด้วย

นายสัมมา กล่าวอีกว่า ราคาวัสดุก่อสร้างหลังน้ำลดก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง เพราะคาดว่าจะต้องปรับสูงขึ้น โดยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาล่าสุดที่มีการเก็บตัวเลขได้ พบว่าขยับขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6% โดยซีเมนต์ขยับสูงถึง 13% รองลงมาเป็นเหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็กปรับขึ้น 11%

สำหรับผลิตภัณฑ์จากไม้และเครื่องสุขภัณฑ์ ราคามีการขยับขึ้น 4% อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาขยับขึ้น 3% ผลิตภัณฑ์คอนกรีตปรับขึ้น 2% วัสดุฉาบผิวอย่างหยาบปรับขึ้น 1% ส่วนกระเบื้องและวัสดุประกอบนอกจากจะไม่ปรับขึ้นแล้ว ยังปรับลดลงอีก 2% ด้วย 

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ