
คาดโรงงานหยุดยาว 6-10 เดือน แรงงาน 8.65 หมื่นคน เสี่ยงตกงาน
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมโรงงานส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างมาก คาดว่าโรงงานแต่ละแห่งจะต้องหยุดดำเนินกิจการนาน 6-10 เดือน ทุกฝ่ายเป็นห่วงแรงงานที่อยู่ในกลุ่มลูกจ้างรับเหมา ไม่แน่ใจว่าบริษัทรับเหมาจะจัดการค่าจ้างอย่างไร หากโรงงานหยุดนานสัญญาจ้างกับบริษัทรับเหมาก็จะหมดลง แรงงานเหล่านั้นก็จะตกงานได้
แรงงานในกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 40% ของแรงงานทั้งหมด ซึ่งจากการที่นิคมอุตสาหกรรม 4 แห่ง ต้องหยุดกิจการลง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมฯ บ้านหว้า (ไฮเทค) และนิคมฯ บางปะอิน มีโรงงานรวมทั้งสิ้น 479 โรงงาน แรงงานรวมทั้งหมด 2.15 แสนคน และ 40% เป็นกลุ่มรับเหมา 8.65 หมื่นคน
กลุ่มที่เป็นพนักงานประจำ โรงงานส่วนใหญ่ยังคงจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน โดยโรงงานแต่ละแห่งก็พยายามจะรักษาการจ้างงานไว้ เพราะหากฟื้นฟูกิจการได้รวดเร็ว จะได้เร่งการเดินเครื่องอย่างเต็มที่
ขณะที่การหารือกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจซีซี) ทั้งสองฝ่ายต้องการให้เร่งระบายน้ำออก เพื่อจะเข้าไปกู้เครื่องเครื่องจักร และแม่พิมพ์บางตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะในบางโรงงานแม่พิมพ์ที่มีอยู่ในเมืองไทย มีอยู่ในโรงงานในประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีอยู่ในโรงงานอื่นๆ จึงต้องเข้าไปเอาของสำคัญเหล่านั้นออกมาโดยเร็ว
นอกจากนี้ นักธุรกิจญี่ปุ่นยังขอให้ ส.อ.ท.ช่วยประสานกับรัฐบาลให้นำกำลังทหารเข้าไปช่วยในพื้นที่ ในการขนย้ายอุปกรณ์ เครื่องจักรออกจากพื้นที่น้ำท่วม
ดังนั้น ส.อ.ท.จะช่วยประสานงานกับรัฐบาลให้ โดยเฉพาะในเรื่องเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่นักลงทุนแสดงความกังวลเข้ามา เพราะไม่สามารถหาแหล่งข้อมูลที่เชื่อได้ ส.อ.ท.จึงจะช่วยประสานงานไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้นำเสนอข้อมูลที่นักลงทุนต้องการ เป็นต้น
ด้านเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะได้มาชี้แจงข้อมูลให้นักลงทุนฟังด้วยว่าได้เตรียมจะสูบน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วเมื่อน้ำลดลงต่ำกว่าคันดิน รวมทั้งได้เตรียมการที่จะเสริมสร้างคันกั้นน้ำถาวรเพื่อรองรับน้ำท่วมในระยะยาว
เซ็ทซึโอะ อิอุจิ ประธาน เจโทร กรุงเทพฯ กล่าวว่า เจโทรต้องการให้มีมาตรการเร่งด่วนในการระบายน้ำออกจากนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งต้องการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐและทหารในการเคลื่อนย้ายสถานที่เก็บทรัพย์สินสำคัญชั่วคราว โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลที่จำเป็นในการเริ่มดำเนินการใหม่ของโรงงานหลังน้ำลด ซึ่งในโรจนะมีหลายโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนสำคัญและมีเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลที่ต้องนำออกมา
เจโทรหวังว่าน้ำจะไม่ท่วมถึงชั้น 2 จะทำให้ปัญหาไม่หนักมาก โดยบริษัทที่ลงทุนในโรจนะเป็นบริษัทญี่ปุ่นถึง 70% ซึ่งมีทั้งบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ฮอนด้า และผู้ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับอุตสาหกรรมปลายน้ำ
วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับคณะทำงานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เกี่ยวกับการจัดงานบีโอไอแฟร์ 2011 มีแนวโน้มที่จะต้องเลื่อนการจัดงานออกไปจากเดิมที่มีกำหนดการจัดงาน วันที่ 10-25 พ.ย. 2554 แต่ยังไม่ระบุแน่นอนว่าจะเลื่อนไปถึงเมื่อไหร่
หลังจากนี้จะพิจารณาข้อดี ข้อเสีย เพราะก่อสร้างไปแล้วกว่า 30% โดยในวันที่ 17 ต.ค. จะประชุมคณะทำงานภายในอีกครั้ง
บริษัท โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น แจ้งว่า บริษัทตัดสินใจขยายเวลาปิดโรงงานในประเทศไทยจนถึงวันที่ 22 ต.ค. เนื่องจากปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้โรงงานทั้ง 3 แห่งของโตโยต้า ต้องหยุดการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรงงานในสำโรง เกตเวย์ และบ้านโพธิ์ ของโตโยต้าจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยน้ำท่วม แต่ผู้ผลิตวัตถุดิบป้อนโรงงานโตโยต้าต่างได้รับผลกระทบอย่างทั่วหน้า จนไม่สามารถส่งสินค้ามายังโตโยต้าได้ทันเวลา
โตโยต้ายังระบุอีกว่า จะตัดสินใจว่าจะเดินหน้าเปิดโรงงานอีกครั้งในวันที่ 24 ต.ค. โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของซัพพลายเออร์







