posttoday
ถอดบิ๊กอสมทมีผล13ต.ค.นี้โต้กลับบริสุทธิ์

ถอดบิ๊กอสมทมีผล13ต.ค.นี้โต้กลับบริสุทธิ์

14 ตุลาคม 2554

บอร์ด อสมท สั่งเลิกจ้างกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หยุดงานทันที มีผล 13 พ.ย. พร้อมตั้งกรรมการสอบ เจ้าตัวสู้มั่นใจบริสุทธิ์

บอร์ด อสมท สั่งเลิกจ้างกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หยุดงานทันที มีผล 13 พ.ย. พร้อมตั้งกรรมการสอบ เจ้าตัวสู้มั่นใจบริสุทธิ์

นายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท อสมท เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดมีมติให้เลิกจ้างนายธนวัฒน์ วันสม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท ตามข้อบังคับข้อ 5.4 ตามสัญญาจ้าง ที่ให้บริษัทบอกเลิกจ้างได้ภายใน 30 วัน โดยจะมีผลในวันที่ 13 พ.ย.นี้ และให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. โดยให้นายสุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่มีอาวุโสสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่แทน

ทั้งนี้ ให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายธนวัฒน์ ตามที่คณะทำงานสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งบอร์ดอสมทมีคำสั่งให้ดำเนินการเมื่อวันที่ 28 ก.ย. พบว่ามี 5 ประเด็นหลักที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้าง และอีก 19 กรณีที่แสดงให้เห็นว่าไม่ปฏิบัติตามมติบอร์ด ซึ่งกระทบต่อบุคคลและองค์กร เช่น การเปลี่ยนระบบจ่ายโบนัสพนักงาน และการให้เวลาออกอากาศรายการซีเอสอาร์ ซึ่งมีมูลค่าสูงโดยปี 2553 มีมูลค่า 420 ล้านบาท และปี 2554 ยังไม่จบปี คิดเป็นมูลค่า 200ล้านบาท ซึ่งบอร์ดขอข้อมูลไป 3 ครั้ง จาก 3 การประชุม แต่ยังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว เป็นต้น

(ย่อหน้านี้ตัดได้) สำหรับ 5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมติของกรรมการ มีความบกพร่องเรื่องบริหารงานบุคคล ทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ และดำเนินการไม่สอดคล้องกับการบริหารงานบุคคล โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จะแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกและภายในประกอบกัน และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นายสุรพล กล่าวว่า ขอไม่ลงรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ ที่จะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่มีบางกรณีที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ไม่ปฏิบัติตามมติบอร์ด เช่น การไม่ดำเนินการตามมติเรื่องการเปลี่ยนแปลงการจ่ายโบนัสพนักงานจากระบบจ่ายเท่ากัน มาเป็นระบบจ่ายตามผลงาน ซึ่งกรรมการมีมติไปเกือบ 2 ปีแล้ว หรือกรณีขอข้อมูลเรื่องการให้เวลาออกอากาศสำหรับรายการซีเอสอาร์ ซึ่งมีมูลค่าค่อนข้างสูง โดยปี 2553 มีมูลค่า 420 ล้านบาทและปี 2554 ยังไม่จบปีคิดเป็นมูลค่า 200 ล้านบาท ซึ่งบอร์ดขอข้อมูลไป 3 ครั้ง จาก 3 การประชุม แต่ยังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว เป็นต้น

“การบอกเลิกจ้าง ซึ่งต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ราว 2 ล้านบาท จะส่งผลเสียหายต่อองค์กรน้อยกว่า และยืนยันว่ารวมถึงเป็นเรื่องของความไว้วางใจของการทำงานร่วมกับระหว่างบอร์ดกับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ โดยไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง” นายสุรพล กล่าว

สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กรภายใน บอร์ดจะพบพนักงานเพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวในวันที่ 19 ต.ค. ก่อนจะนัดประชุมในวันที่ 20 ต.ค. เพื่อแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ตามโครงสร้างใหม่ และทดแทนตำแหน่งพนักงานที่เกษียนอายุไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่บอร์ดจะเห็นชอบตามที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่เสนอ แต่มีบางตำแหน่ง เช่น ผู้อำนวยการสำนักข่าวไทย ที่เห็นต่างกัน

ด้านนายธนวัฒน์ กล่าวว่า จะศึกษารายละเอียดคำสั่งดังกล่าวก่อน โดยจะใช้สิทธิทุกรูปแบบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และปฏิเสธในทุกข้อที่คณะกรรมการตั้งกรรมการสอบ โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบซีเอสอาร์ขององค์กร ซึ่งถือว่าร้ายแรงมาก และมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบโดยตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียและที่ผ่านมาการทำซีเอสอาร์ของอสมทมีงบประมาณปีละ 20 ล้านบาท

ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคนสร้างความแตกแยกให้องค์กรก็ไม่จริง เพราะกรณีที่พนักงานไม่พอใจเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรของบอร์ด แล้วไปยื่นหนังสือร้องต่อรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่ดำเนินการตามหลักการร้องเรียนผู้กำกับดูแล ที่ต้องยื่นถึงผู้ที่กำกับดูแลในระดับที่เหนือขึ้นไป และไม่ได้มองว่าเป็นกรณีที่เปิดโอกาสให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงสือแต่อย่างใด

“ช่วงที่ดำรงตำแหน่ง 2 ปี 1 เดือน 12 วัน ผลประกอบการ อสมท ดีขึ้นตามลำดับ โดยปีแรกรายได้ทะลุ 5,000 ล้านบาท ครั้งแรก กำไรเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนครึ่งแรกของปีนี้ก็เติบโตถึง 30% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว”นายธนวัฒน์ กล่าวและไม่ว่ามติบอร์ดจะเป็นอย่างไร อสมทต้องเดินหน้าต่อไปตามแผนงานต่าง ๆ ที่ได้วางไว้ ทั้งการรับมือกับการปรับองค์กรรองรับกสทช. การดำเนินการแผนธุรกิจสื่อใหม่และการพัฒนาที่ดิน 50 ไร่

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท