posttoday
แบงก์รวมพลัง ลดดอก-พักหนี้

แบงก์รวมพลัง ลดดอก-พักหนี้

13 ตุลาคม 2554

ภาพความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน ภาคธุรกิจและประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ปรากฏในรอบสัปดาห์

ภาพความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน ภาคธุรกิจและประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ปรากฏในรอบสัปดาห์

ซึ่งพอจะทำให้คนไทยมีกำลังใจต่อสู้กับอุทกภัยครั้งใหญ่ต่อไปได้ เพราะในยามวิกฤตเช่นนี้ การร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่

ในแง่มุมของธุรกิจธนาคาร ในยามนี้เรื่องทางธุรกิจอย่างผลกำไรอาจต้องพักเอาไว้ก่อน และหันมาเร่งผนึกกำลังกันช่วยเหลือลูกค้าที่กำลังได้รับความเดือดร้อน

กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ได้ผ่อนปรนเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงิน รวมถึงเงื่อนไขที่ใช้พิจารณาหนี้เสียของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นในการช่วยเหลือลูกค้าได้มากขึ้น

แบงก์รวมพลัง ลดดอก-พักหนี้

 “ต้องยกเครดิตให้กับแบงก์ชาติที่ผ่อนปรนให้เราเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าได้เต็มที่ เพราะลูกค้าที่โดนน้ำท่วมไม่ใช่ว่าเขาวินัยไม่ดี แต่เขาได้รับผลกระทบ ในส่วนของเครดิตบูโรก็เช่นกัน ดังนั้นพวกลูกค้าที่ประสบภัยจะไม่ถูกนับเป็นเอ็นพีแอล” กรรณิกา กล่าว

สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ ขณะนี้ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ โดยมีผู้บริหารในแต่ละฝ่ายมาประชุมเพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาร่วมกันในทุกเช้า ล่าสุดได้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้กับนิคมอุตสาหกรรมโรจนะไป 500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้เพิ่มปริมาณการสำรองเงินสดในสาขาและตู้เอทีเอ็มเพื่อรองรับความจำเป็นของลูกค้า

เพราะจากข้อมูลล่าสุดพบว่า ปัจจุบันมีลูกค้าของไทยพาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แบ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่กว่า 300 ราย คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อ 1.5-2 หมื่นล้าน ธุรกิจเอสเอ็มอี 2,000 ราย คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อ 1.7 หมื่นล้านบาท มีการขอความช่วยเหลือเข้ามาแล้ว 183 ราย หรือ 7,540 ล้านบาท

ขณะที่ลูกค้ารายย่อยคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนราย จากฐานลูกค้าทั้งหมด 10 ล้านราย โดยขณะนี้ไทยพาณิชย์ได้จัดเตรียมวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือลูกค้าไว้ 1 หมื่นล้านบาท และจะพิจารณาเพิ่มวงเงินหากเหตุการณ์ยังรุนแรง

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อบ้านและสินเชื่อธุรกิจรายย่อย

ลูกค้าสามารถเลือกความช่วยเหลือได้ 2 แบบ คือ 1.พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 6 เดือน

2.วงเงินกู้พิเศษเพื่อการซ่อมแซมบ้านสูงสุด 120% ของราคาประเมินเดิมหักยอดหนี้ที่เหลืออยู่

ส่วนลูกค้าบุคคลประเภทสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสดส่วนบุคคล สามารถขอพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีจะพิจารณาตามกรณี ได้แก่ 1.พักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลาสูงสุดครั้งละไม่เกิน 6 เดือน รวมแล้วไม่เกิน 12 เดือน

แบงก์รวมพลัง ลดดอก-พักหนี้

 2.พักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยครั้งละ 3 เดือน และต่อเพิ่มได้อีกไม่เกิน 6 เดือน

3.ยืดระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานสูงสุด 12 เดือน

4.ลดดอกเบี้ยปกติได้ไม่เกิน 1% นานสูงสุด 6 เดือน

5.ให้วงเงินเบิกเกินบัญชี หรือวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนประเภทอื่น ไม่เกิน 20% ของวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนทั้งหมด

ธนาคารยังได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าเพื่อสอบถามและให้ความช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ อาทิ การยืดระยะเวลาการชำระหนี้หรือเพิ่มวงเงินพิเศษเพื่อความจำเป็นเร่งด่วน

ขณะที่ กฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ได้ประเมินความเสียหายของลูกค้าจากอุทกภัยและได้ปรับมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าเพิ่มเติม โดยลูกค้าสินเชื่อบ้านจะได้รับการปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 40% เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือลูกค้าสามารถผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน

นอกจากนี้ ธนาคารจะมอบวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมบ้านได้สูงสุดเท่ากับยอดสินเชื่อบ้านที่ผ่อนชำระมาแล้ว โดยคิดดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน

ผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่ประสบภัยจากน้ำท่วมและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด จะได้รับการผ่อนผันให้ชำระดอกเบี้ย 50% และปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำให้เป็น 0-10%

ผู้ใช้สินเชื่อเงินสดทันใจกสิกรไทยที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการผ่อนผันให้ชำระดอกเบี้ย 50% และปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำเป็น 0-5%

ลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กสิกรไทยจะได้รับการปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลานานสูงสุด 1 ปี และขยายระยะเวลาการผ่อนสูงสุด 6 เดือน โดยรวมสัญญาเดิมแล้วไม่เกิน 7 ปี

ลูกค้าธุรกิจธนาคารจะขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นให้แก่ลูกค้าที่ใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคารเป็นเวลา 6 เดือน และต่อเพิ่มได้อีก 6 เดือน หากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สภาพปกติ

ลูกค้าที่ใช้วงเงินสินเชื่อเพื่อการนำเข้า (T/R) หรือวงเงินตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) สามารถต่อตั๋วออกไปได้อีก 6 เดือน โดยไม่ต้องมีเอกสารการสั่งซื้อรองรับการต่ออายุตั๋วสัญญา

นอกจากนี้ ยังพร้อมจะช่วยเหลือลูกค้าหลังภาวะน้ำท่วมด้วยการให้วงเงินกู้เพื่อฟื้นฟูกิจการ ซ่อมแซมสถานประกอบการ เครื่องจักร เงินช่วยเหลือกรณีสินค้าเสียหาย ผ่อนชำระ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้นนาน 6 เดือน

เพราะขณะนี้ธนาคารมีลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย แบ่งเป็นลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ 400 ราย ธุรกิจเอสเอ็มอี 2.56 หมื่นราย และลูกค้ารายย่อยประมาณ 1 แสนราย

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจและรายย่อย 7 มาตรการ ประกอบด้วย เงินกู้กรุงไทยสู้อุทกภัย ให้วงเงินกู้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายเพื่อใช้ฟื้นฟูกิจการ

ปีที่ 1 คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลบ 1% หลังจากนั้นคิดเอ็มแอลอาร์ ผ่อนชำระนานถึง 5 ปี สามารถใช้หลักประกันเดิม เงินทุนหมุนเวียนกรุงไทยสู้อุทกภัย ให้เงินกู้เป็นทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง โครงการกรุงไทยสู้อุทกภัย สำหรับลูกค้าที่ไม่ประสงค์กู้เพิ่ม ธนาคารให้พักชำระเงินต้นนาน 6 เดือน

สินเชื่อที่อยู่อาศัยกรุงไทยสู้อุทกภัย ให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมกับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเต็มตามจำนวนเงินที่ได้ผ่อนชำระกับธนาคาร โดยไม่ตรวจสอบประวัติทางการเงิน ไม่ต้องประเมินราคาหลักทรัพย์ รวมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมการนำนิติกรรมจำนอง คิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลบ 1.75% ในปีแรก หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.5% ผ่อนชำระสูงสุดนานถึง 60 งวด

หากทุกฝ่ายระดมสรรพกำลังกันแก้ไขปัญหา เชื่อว่าอีกไม่นานเราจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้


 

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน