
โรจนะ-สหรัตนฯประกัน8หมื่นล้าน
คปภ.แจงนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนฯ และโรจนะมีทุนประกันเฉียด 8 หมื่นล้าน
คปภ.แจงนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนฯ และโรจนะมีทุนประกันเฉียด 8 หมื่นล้าน
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจข้อมูลล่าสุด พบว่า นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำประกันภัย 33 แห่ง มีบริษัทผู้รับประกันภัย 11 ราย และมีทุนเอาประกันภัยรวมทั้งสิ้น 13,733 ล้านบาท
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมโรจนะมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำประกันภัย 58 แห่ง มีบริษัทผู้รับประกันภัย 9 ราย และมีทุนเอาประกันภัย รวม 64,011 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขความเสียหายล่าสุดด้านประกันภัย เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้ว 269 คน สูญหาย 4 คน
ตามที่สถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ขยายวงกว้างไปกว่า 59 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ถูกน้ำท่วมจนต้องหยุดทำการผลิต ซึ่งสำนักงาน คปภ.ได้สรุปตัวเลขความเสียหายด้านการประกันภัย ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2554 ดังนี้
มีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต 29 ราย รวมเงินเอาประกันภัย 6 ล้านบาท
สำหรับความเสียหายต่อรถยนต์ 818 คัน ได้ซ่อมแซมแล้ว 102 คัน เสียหายอย่างสิ้นเชิงแบบจ่ายค่าสินไหมเต็มวงเงินเอาประกันภัย 8 คัน และประมาณ 90% ของรถยนต์ที่เสียหายได้นำเข้าอู่ซ่อมรถและอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม ขณะที่ความเสียหายต่อทรัพย์สิน 1,750 ราย รวมมูลค่า 320 ล้านบาท
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เช่น นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำท่วมยังไม่ลดระดับ ทำให้เกิดความยากลำบากในการเข้าไปประเมินความเสียหาย อย่างไรก็ตาม
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่าขณะนี้สำนักงาน คปภ.ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ประสบอุทกภัยเป็นการเร่งด่วน ซึ่งมีคณะทำงานช่วยเหลือประชาชน แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ ด้านนิคมอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ ด้านบ้าน/ที่อยู่อาศัย และด้านการประกันชีวต โดยคณะทำงานดังกล่าวจะทำการติดตามการประเมินความเสียหายและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัย รวมถึงเร่งรัดให้การช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยได้เพิ่มคู่สายการให้บริการสายด่วนประกันภัย 1186 ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการหรือผู้เอาประกันภัยรายใดยังไม่ได้แจ้งความเสียหายที่เกิดขึ้นขอให้รีบแจ้งบริษัทประกันภัยทราบโดยเร็ว พร้อมแสดงรายละเอียดความสูญเสียและมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นของทรัพย์สิน สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขอให้ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยว่ามีความคุ้มครองใดบ้างเพื่อประโยชน์ต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากมีข้อสงสัยสอบถามสายด่วนประกันภัย 1186
นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย กล่าวว่า หลังจากนี้คาดว่าจะทำให้ประชาชนหันมาทำประกันชั้น 1 เพิ่มขึ้นและทำให้ตลาดโดยรวมเติบโตมากขึ้น เพราะได้รับความคุ้มครองเรื่องน้ำท่วม และเชื่อว่าทั้งอุตสาหกรรมประกันก็คงไม่ปรับเบี้ยชั้น 1 เพิ่มขึ้น จากเหตุผลน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม ภาวะน้ำท่วมครั้งนี้เชื่อว่ากระทบต่อค่าสินไหมทดแทนของบริษัทแน่ในไตรมาส 4 แน่นอน แต่จะกระทบต่อผลประกอบการเล็กน้อย เพราะได้มีการทำประกันภัยต่อไปยังต่างประเทศอยู่แล้ว
นายชวนชัย เชี่ยวสมุทร รองผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะได้รับความเสียหายสุทธิจากน้ำท่วมครั้งนี้ประมาณ 260 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ซื้อประกันความเสียหายส่วนเกินคุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากมหันตภัยไว้แล้ว ซึ่งจะทำให้อัตราค่าสินไหมทดแทนของปีนี้สูงขึ้น 5% และคาดว่าอัตราค่าสินไหมทดแทนในปีนี้ โดยรวมจะอยู่ที่ 48% ซึ่งเพิ่มจากอัตราค่าสินไหมทดแทนเฉลี่ยที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับ 45%







