
อีเวนต์ระทมน้ำงานลด15%
แต่เชื่อทั้งปีมีงานยักษ์ช่วยพยุงปีหน้าห่วงค่าจ้างดึงงบจัดงาน
แต่เชื่อทั้งปีมีงานยักษ์ช่วยพยุงปีหน้าห่วงค่าจ้างดึงงบจัดงาน
ซีเอ็ม ระบุ น้ำท่วมทำอีเวนต์ชะลอตัว 15% ทำยอดทั้งปีหาย 5% คาดทั้งปีฝ่าวิกฤตโตได้ 12% มูลค่า 1.35 หมื่นล้านบาท
นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มออร์กาไนเซอร์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมคาดว่า จะทำให้การจัดกิจกรรมทางการตลาด (อีเวนต์) ชะลอตัวประมาณ 15% จากการจัดงานทั้งหมดในปีนี้ เนื่องจากช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นช่วงที่มียอดขายสูงที่สุดของธุรกิจอีเวนต์ ซึ่งในแง่ของมูลค่าคาดว่าจะทำให้ยอดขายลดลงประมาณ 5%
อย่างไรก็ตาม คาดว่าธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้จะมีมูลค่า 1.35 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีที่แล้ว ซึ่งการเติบโตของธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้มีปัจจัยมาจากอีเวนต์ขนาดใหญ่ ได้แก่ งานบีโอไอ แฟร์ งานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา และงานพืชสวนโลก ซึ่งคาดว่างานทั้งสามจะไม่ได้รับผลกระทบ และเชื่อว่าจะยิ่งจำเป็นมากขึ้นในการจัดกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำลด โดยบริษัทรับจัดงานในบีโอไอ แฟร์ คิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท
“ทิศทางปีหน้าต้องประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมอีกครั้งหลังน้ำลด รวมทั้งแผนธุรกิจต่างๆ ต้องประเมินอีกครั้งหลังจากนี้ เพราะโดยแนวโน้มปีหน้าด้วยสถานการณ์การเมืองที่นิ่ง เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจอีเวนต์อยู่แล้วรวมทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งบ้านหลังแรกและรถคันแรกที่ทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจดังกล่าว” นายเสริมคุณ กล่าว
สำหรับนโยบายที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจในปีหน้า กลับมองว่าเรื่องขึ้นค่าจ้าง 300 บาท และปรับเงินเดือนปริญญาตรีมากกว่า เพราะมองว่านโยบายดังกล่าวจะกดดันภาคธุรกิจให้ทำงานยากขึ้น และต้องปรับลดต้นทุน โดยต้นทุนส่วนแรกๆ ที่จะถูกตัดคือ งบการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ซึ่งธุรกิจอีเวนต์เป็นส่วนหนึ่งของงบก้อนนี้ จะได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งหลังผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมไปแล้ว
ด้านรายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 บริษัทมีรายได้ถึง 425.87 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 282.37 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 4.95 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนับว่ามีกำไรสูงขึ้นมากกว่า 120%
ขณะที่ผลประกอบการเฉพาะของไตรมาส 2 มีรายได้ 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีที่แล้วที่มีรายได้ 127 ล้านบาท ในขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลง 85% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วคือ ขาดทุนสุทธิ 1.7 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาท คาดว่ายอดขายรวมในปีนี้จะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,000 ล้านบาท







