posttoday
ธีระชัยสั่งกรมศุลคุมเข้มนำเข้ารถหรู

ธีระชัยสั่งกรมศุลคุมเข้มนำเข้ารถหรู

11 ตุลาคม 2554

กำชับจำกัดท่าเรือเพื่อออกของเป็นฐานตรวจสอบสำแดงภาษี

กำชับจำกัดท่าเรือเพื่อออกของเป็นฐานตรวจสอบสำแดงภาษี

“ธีระชัย” สั่งกรมศุลฯ คุมนำเข้ารถยนต์หรูเฉพาะในบางท่าเรือเพื่อให้ตรวจสอบได้ง่าย

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมศุลกากรจำกัดท่าเรือ สำหรับการนำเข้ารถยนต์หรูหรือรถยนต์ราคาสูง ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่ใช่ตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้สามารถควบคุมกำกับดูแลได้ง่ายขึ้น จากปัจจุบันที่เปิดกว้างให้นำเข้าได้ทุกท่าเรือ

นอกจากนี้ กรมศุลกากรจะต้องติดตามว่า ราคาที่ใช้ประเมินภาษีนำเข้ารถยนต์หรูนั้นเหมาะสมสอด คล้องกับราคาที่แท้จริงหรือไม่ เพราะผู้ซื้อและผู้ขายอาจมีการสร้างราคากันเอง

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า แนวคิดของ รมว.คลังที่ให้นโยบายเรื่องจะอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์หรูได้ในบางท่าเรือนั้น ถือว่าจะช่วยให้รัฐสามารถตรวจสอบและควบคุมได้ง่าย ซึ่งในอดีตก็เคยทำมาแล้ว แต่ภายหลังมีการเปิดกว้างเพราะต้องการอำนวยความสะดวกทางการค้า

อธิบดีกรมศุลกากร ยอมรับว่า การพิสูจน์เรื่องราคาสำแดงนั้น หากไม่มีหลักฐานชัดเจนกรณีเจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับราคาก็เป็นเรื่องพิสูจน์ยาก ทำให้ต้องตรวจปล่อยสินค้าออกไปก่อน แล้วค่อยติดตามตรวจ สอบการสำแดงภาษีภายหลัง

“สมัยก่อน ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ ไม่รับราคา ผู้นำเข้ามีหน้าที่ต้องพิสูจน์ แต่เมื่อมาใช้ข้อตกลงของ GATT (แกตต์) หากเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ เจ้าหน้าที่ต้องไปพิสูจน์ ดังนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจนก็ต้องปล่อยรถออกไปก่อน แล้วก็จะมีหน่วยงานไปตรวจสอบตามภายหลัง” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการเสนอแก้ไขกฎหมายต่างๆ ของกรมศุลกากรตามที่เอกชนเรียกร้องมาได้ผ่านการกลั่นกรองไประดับหนึ่งแล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ต้องนำกฎหมายกลับมาทบทวน แต่คาดว่าคงไม่ใช้เวลามาก เพราะผ่านการกลั่นกรองไปแล้ว ส่วนกรณีการแก้ไขกฎหมายในเรื่องค่าปรับ และเรื่องสินบนและรางวัลนำจับนั้น ปัจจุบันเรื่องอยู่ในขั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ต้องนำกลับมาเริ่มต้นใหม่แต่อย่างใด

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวด้วยว่า ปีงบประมาณ 2555 นี้ กรมศุลกากรได้รับเป้าหมายให้จัดเก็บรายได้ 1.05 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ก็ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในเดือน มิ.ย. ปีงบประมาณ 2553 กรมศุลกากรได้นำรถยนต์ของกลางที่ยึดมาได้จากการลักลอบการนำเข้าจำนวน 172 คัน มีรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 162 ล้านบาท

ขณะที่เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2552 กรมศุลกากรได้นำรถของกลางออกมาจำหน่ายได้ 154 คัน คิดเป็นมูลค่า 259.67 ล้านบาท

สาเหตุที่ผู้นำเข้ารถมีการเลี่ยงภาษีมาก เพราะผู้นำเข้ารถยนต์ต้องเสียภาษีศุลกากรในอัตรา 80% และต้องเสียภาษีสรรพสามิตตั้งแต่ 30-50% และผู้นำเข้าจะต้องเสียภาษีให้กับกระทรวงมหาดไทยอีก 10% ของภาษีที่เสีย ทำให้ผู้นำเข้ามักปล่อยให้กรมศุลกากรยึดรถที่สั่งเข้ามาแล้วมาประมูลออกไปในภายหลัง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท