posttoday
ประกันภัยยกธงขาว

ประกันภัยยกธงขาว

11 ตุลาคม 2554

น้ำท่วมปีนี้ไม่ใช่ภาวะน้ำท่วมธรรมดาที่ปริมาณน้ำลดลงอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

น้ำท่วมปีนี้ไม่ใช่ภาวะน้ำท่วมธรรมดาที่ปริมาณน้ำลดลงอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

แต่เข้าขั้น “วิกฤต” ขนาดนายกรัฐมนตรีต้องประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ผู้บริหารบริษัทประกันวินาศภัยถึงกับพูดว่า “ขอยกธงขาว”

บริษัทประกันวินาศภัยในฐานะที่รับประกันภัยทรัพย์สิน คาดว่าจะต้องจ่ายสินไหมทดแทนมากที่สุดในรอบ 50 ปี จาก น้ำท่วมหนักแล้ว 45 จังหวัดทั่วประเทศ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีระดับเพียงกว่า 20 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วมหนัก

เพราะปริมาณน้ำไม่มีทีท่าว่าจะลดลงง่ายๆ ฝนที่ตกลงมาเพิ่ม น้ำเหนือที่ไหลลงมาสู่ภาคกลาง น้ำทะเลหนุน ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้รวดเร็ว

เฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา แห่งเดียวที่จมหายอยู่ใต้น้ำ ทำลายชีวิตทรัพย์สินที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครไปหมดแล้ว

ประกันภัยยกธงขาว

 ทวี นริสศิริกุล รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา คาดว่า นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จะเสียหายร่วม 1.8 หมื่นล้านบาท และน้ำกำลังไหลหลากไปยังนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคอีกแห่ง ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล เมื่อดูจากมูลค่าการลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า มีโรงงานถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 520 แห่ง ใน 19 จังหวัด คาดว่าจะเสียหายประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท

ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมระหว่างวันที่ 25 ก.ค.5 ต.ค. 2554 พบว่า ได้สร้างความเสียหายไปแล้ว 1.04 แสนล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ดูแลระบบประกัน รายงานความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 4 ต.ค. 2554 ว่า มียอดผู้เสียชีวิตแล้ว 237 คน แต่มีประกันชีวิตเพียง 19 คน รถยนต์เสียหาย 639 คัน มีบ้านและทรัพย์สินอื่นเสียหายอีก 1,600 คน เสียหายร่วม 268.05 ล้านบาท

ด้านประกันภัยพืชผลที่คุ้มครองข้าวนาปีนั้น ขณะนี้ความเสียหายเกินกว่าเบี้ยประกันภัยที่รับเข้ามาแล้ว

ความเสียหายจึงมหาศาลเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด

ขนาดสมาคมประกันวินาศภัยยังไม่กล้าระบุตัวเลขความเสียหาย บอกแต่เพียงว่าสภาพน้ำท่วมขังนานจะทำให้สินค้าเสียหาย 100% แต่อาคารต้องรอดูโครงสร้างอีกครั้งหลังน้ำลด และจะต้องประเมินความเสียหายจากธุรกิจหยุดชะงักอีก ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการพิจารณา นอกเหนือจากความเสียหายในทรัพย์สินที่ทำได้ง่าย

บริษัทประกันภัยที่จะได้รับความเสียหายหนักสุดจากน้ำท่วมหนักตามนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ คือ บริษัทประกันภัยสัญชาติญี่ปุ่น เพราะ 70% ของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมตามข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุชัดว่า เป็นชาวญี่ปุ่น เป็นชาติที่ลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด และนักธุรกิจญี่ปุ่นจะมีลักษณะของชาตินิยม จึงทำประกันภัยกับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งมี 5 บริษัทในไทย

อีก 20% เป็นการลงทุนของนักธุรกิจไทย ที่ขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ และต้องผูกมัดให้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยในเครือ และอีก 10% เป็นการลงทุนโดยสัญชาติอื่น

“เราไม่เคยเจอสถานการณ์น้ำท่วมหนักอย่างนี้มาก่อนเลยในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ความเสียหายครั้งนี้เกินกว่าที่จะประเมินไว้หลายเท่า แต่จะไม่กระทบกับฐานะการเงินของบริษัทประกันภัยในไทย เพราะมีการทำประกันภัยต่อกับบริษัทประกันภัยในต่างประเทศ” วิชัย สันติมหกุลเลิศ รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย และประธานคณะกรรมการประกันภัยทรัพย์สิน สมาคมประกันวินาศภัย ให้ความเห็น

ขนาดที่สมาคมประกันวินาศภัยได้เรียกประชุมบริษัทสมาชิกทุกแห่งเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา และได้เพิ่มน้ำหนัก “ภัยธรรมชาติ” ขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณารับประกันภัยทรัพย์สินเป็นต้นไป จากเดิมที่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้ เพราะถือว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตภัยธรรมชาติเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่บริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศจะมีการปรับมุมมองเกี่ยวกับภัยธรรมชาติในประเทศไทยใหม่ในการรับประกันครั้งต่อไป ทั้งเรื่องการปรับราคาเบี้ยประกันภัยน้ำท่วม และการปรับเงื่อนไขในการรับประกันภัยต่อจากประเทศไทย ที่มีแนวโน้มลดวงเงินความคุ้มครองต่อราย ต่อเหตุการณ์ลง

ที่ประชุมได้มีการหารือถึงเรื่องลดวงเงินความคุ้มครองด้านภัยน้ำท่วมลง หลังจากเห็นความเสียหายในปีนี้หนักหนาสาหัส เพื่อจะได้หาบริษัทประกันภัยต่อเข้ามารับประกันได้

สำหรับประกันคุ้มครองภัยธรรมชาติ 4 ภัย คือ ภัยน้ำท่วม สึนามิ พายุ ภัยแผ่นดินไหว และคุ้มครองภัยก่อการร้าย ราคาประหยัด 300 บาทต่อปี คุ้มครองภัยละ 5 หมื่นบาท รวมทุกภัยคุ้มครองสูงสุด 1 แสนบาทนั้น อาจจะมีการปรับเงื่อนไขใหม่ โดยจะพิจารณาตามพื้นที่เสี่ยง

เขตใดที่เสี่ยงมากจะต้องจ่ายเบี้ยสูง ส่วนเขตใดที่เสี่ยงน้อย ก็จ่ายเบี้ยเท่าเดิม ไม่อาจใช้ราคาเดียวทั่วประเทศ นี่คือผลสะท้อนจากวิกฤตน้ำท่วม

นอกจากนี้ บริษัทประกันวินาศภัยยัง เปลี่ยนวิธีการเข้าสำรวจภัยใหม่ จากเดิมที่ต่างคนต่างทำ แต่ครั้งนี้จะมีการจัดเป็นทีมลงไปในแต่ละเขตอุตสาหกรรม อำเภอ ตำบล เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งบุคลากร

เนื่องจากความเสียหายที่เกิดกับธุรกิจขนาดใหญ่ จะต้องใช้คนกลาง ที่ได้รับการยอมรับจากบริษัทประกันวินาศภัยและลูกค้าเข้าไปทำการสำรวจและประเมินความเสียหาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้มีจำนวนจำกัด การทำงานร่วมกันจะทำให้การให้บริการสำรวจภัยแก่ลูกค้าเกิดความรวดเร็ว

ยกตัวอย่าง นิคมอุตสาหกรรมโรจนะที่บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งจะแจ้งเข้ามาที่สมาคมประกันวินาศภัยว่า บริษัทใดที่มีลูกค้าในพื้นที่นั้นบ้าง จากนั้นทุกบริษัทจะมานั่งหารือกันและระดมความคิดในการจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านสำรวจภัยประเมินความเสียหาย และการหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จะนำไปช่วยเหลือลูกค้าในการซ่อมแซมทรัพย์สินเข้าไปในพื้นที่พร้อมกัน

สำนักงาน คปภ.ได้ให้บริษัทประกันภัยทุกบริษัทเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายของผู้เอาประกันภัย เพื่อให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างรวดเร็ว

วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะบริษัทประกันวินาศภัยเท่านั้น แต่ทุกฝ่ายต่างได้รับความเสียหายถ้วนหน้า

ถึงเวลาที่รัฐบาลไทย เอกชน และประชาชนจะต้องร่วมกันป้องกันภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รัฐบาลควรจะเร่งการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติหรือภัยธรรมชาติ” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว หลังน้ำก็ลดควรจะเร่งขุด ลอก คลอง แม่น้ำ ที่ตื้นเขิน ให้ลึกพอจะรับระดับน้ำฝนได้เพียงพอ

ประชาชนลดการตัดไม้ทำลายป่า และหันมาร่วมกันปลูกป่าทดแทนอย่างเร่งด่วน บริษัทประกันภัยก็ควรจะหาแนวทางในการหาแบบประกันภัยที่ราคาเอื้ออาทรต่อกัน

ถ้าประเทศชาติแย่ ก็ไม่มีใครจะอยู่ได้อย่างมีความสุข

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ