
ลดเป้ากำไร4กลุ่มปีนี้
แบงก์-นิคม-ยานยนต์-รับเหมาเอ็นอีพีฯยันไม่ได้ส้มหล่นน้ำท่วม
แบงก์-นิคม-ยานยนต์-รับเหมาเอ็นอีพีฯยันไม่ได้ส้มหล่นน้ำท่วม
ลดประมาณการกำไร บจ.สังเวยน้ำท่วม กระทบหนัก4 กลุ่ม คือ ธนาคาร นิคมอุตสาหกรรม ยานยนต์และก่อสร้าง
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดทำให้ต้องลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้ลงโดยเฉพาะใน 4 กลุ่มหลัก คือ ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องตั้งสำรองเพิ่มจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) มากขึ้น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมกลุ่มยานยนต์ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่งานก่อสร้างล่าช้าออกไปเพราะขาดทราย
ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับความเสียหายน้อยและส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตยุโรปมากกว่า
กลุ่มที่จะได้รับผลดีจากน้ำท่วม คือ กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการบูรณะสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อาทิ บริษัทในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
นายวีระยุทธ กิตะพาณิชย์ กรรมการอำนวยการ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) กล่าวว่า บริษัทส่งชิ้นส่วนการผลิตให้บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ประมาณ 10% ของยอดขาย ขณะนี้ยังประเมินความเสียหายไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าฮอนด้าจะหยุดการผลิตนานเท่าใด
นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการรถยนต์อีก 1 ราย หยุดการผลิต 1-2 วันแล้ว เพราะผู้ผลิตชิ้นส่วนรายหนึ่งตั้งโรงงานอยู่ในนิคมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ไม่สามารถประกอบรถยนต์ได้ทั้งคัน
นายไพฑูรย์ กิจสำเร็จ กรรมการบริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร (DRT) กล่าวว่า ยอดขายประเภทวัสดุมุงหลังคาและไม้ฝาของบริษัทสูงขึ้นกว่าปกติประมาณ 20% เนื่องจากประชาชนต้องการวัสดุเพื่อซ่อมแซมบ้านที่เสียหายหลังน้ำลด ซึ่งจะช่วยชดเชยยอดขายที่ชะลอตัวลง จึงคาดว่ายอดขายทั้งปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 3,300 ล้านบาท หรือโตขึ้นจากปีก่อน 10%
นายวี วรศักดิ์โยธิน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม (NEP) กล่าวว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวชนเพดาน 30% (ซิลลิง) ปิดที่ 0.75 บาท ไม่เกี่ยวกับการผลิตกระสอบของบริษัท เนื่องจากบริษัทไม่ได้ผลิตกระสอบทราย โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นการผลิตกระสอบตามความต้องการลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นกระสอบปุ๋ย กระสอบข้าว และกระสอบอาหารสัตว์
สำหรับกระสอบทรายที่ NEP จำหน่าย เป็นการขายกระสอบพลาสติกตกเกรด มีลูกค้ามาเหมาไปขายอีกทอดหนึ่ง ซึ่งในช่วงที่ความต้องการกระสอบทรายสูงนี้ ทำให้บริษัทได้ผลดีทางอ้อมเท่านั้น จากราคาเฉลี่ยใบละ 4-5 บาท จะได้ราคาขึ้นอีกไม่ถึง 1 บาท
“การขายกระสอบพลาสติกตกเกรดที่ลูกค้านำไปใส่ทราย มีสัดส่วนน้อยมากไม่ถึง 10% ของยอดการผลิตทั้งหมด 200 ตัน ซึ่งช่วงที่ความต้องการสูง อาจทำให้ขายได้ราคาดีขึ้น หุ้นที่วิ่งซิลลิงน่าจะเป็นผลจากช่วงไฮซีซันของการเกษตร ที่มีการผลิตกระสอบข้าว กระสอบแป้ง ปุ๋ย เพิ่มขึ้น” นายวี กล่าว
นายนิพนธ์ จัยสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่(QTC) ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า กล่าวว่า บริษัทได้ขายหม้อแปลงไฟฟ้าไปแล้ว 3,000-4,000 ลูกทั่วประเทศ ในจำนวนนี้มีสัดส่วนไม่เกิน 5% เป็นลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เช่น จ.อ่างทอง สิงห์บุรี ปทุมธานี เป็นต้น หลังจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ
ภายในสัปดาห์นี้บริษัทจะพิจารณาเป้าหมายยอดขายในปี 2555 ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจากขณะนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 700 ล้านบาท หรือโต 10% จากปีก่อน เนื่องจากจะพิจารณาถึงผลกระทบจากวิกฤตยุโรป







