
โควตาน้ำตาลปี’55ยังขม
ที่ประชุมกน.จัดสรรไม่ลงตัวเร่งถกนัดหน้าหวังเสร็จต.ค.นี้
ที่ประชุมกน.จัดสรรไม่ลงตัวเร่งถกนัดหน้าหวังเสร็จต.ค.นี้
ประชุม กน. ยังเคาะบัญชีจัดสรรน้ำตาลไม่ได้ คาดโควตาไม่เกิน 25 ล้านกระสอบ พร้อมสรุปให้เสร็จภายในเดือนนี้
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการน้ำตาลทราย (กน.) เปิดเผยว่า จากการประชุม กน. ที่มีนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธาน เพื่อกำหนดบัญชีจัดสรรน้ำตาลทรายประจำฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยได้สั่งการให้ไปทบทวนข้อมูลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าการจัดสรรน้ำตาลทรายโควตา ก. (น้ำตาลเพื่อการบริโภคในประเทศ) น่าจะมีปริมาณอยู่ที่ 23-24 ล้านกระสอบ และไม่น่าจะเกิน 25 ล้านกระสอบ จากปริมาณน้ำตาลทรายที่คาดว่าจะผลิตได้ทั้งปีที่ 102 ล้านกระสอบ มากกว่าปีก่อนที่มี 96.3 ล้านกระสอบ และมีปริมาณอ้อย 99.5 ล้านตัน ขณะที่น้ำตาลโควตา ข. (น้ำตาลเพื่อการส่งออก) กำหนดไว้ที่ 8 ล้านกระสอบ และที่เหลือจัดเป็นน้ำตาลโควตา ค. (น้ำตาลเพื่อการส่งออก)
ที่ประชุมได้สั่งการให้ไปทบทวนเพิ่มเติมเรื่องปริมาณน้ำตาลทรายค้างกระดาน (น้ำตาลที่เหลือจากการขายในแต่ละสัปดาห์) เนื่องจากขณะนี้มีน้ำตาลทรายค้างอยู่ 2.5 ล้านกระสอบ แต่ที่ประชุมยังไม่แน่ใจว่าปริมาณที่ค้างกระดานอยู่เป็นน้ำตาลที่มีเจ้าของแล้ว แต่ยังไม่ได้มาขนออกไป หรือเป็นน้ำตาลที่เหลือไว้ทั้งหมด จึงต้องการจะพิจารณาจากข้อมูลที่ชัดเจนอีกครั้ง รวมทั้งต้องนำปริมาณการขอใช้น้ำตาลโควตา ค. พิเศษ (น้ำตาลเพื่อการส่งออกสำหรับผู้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก) มาพิจารณาร่วมด้วยว่ามีผู้มาขอใช้สิทธิมากน้อยเท่าไร
“การประชุมในครั้งหน้าคงจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากจำเป็นต้องสรุปให้เสร็จภายในเดือน ต.ค. เพื่อนำไปเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ในการนำไปพิจารณาราคาอ้อยขั้นต้นสำหรับฤดูกาลผลิตปี 2554/2555” แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับโควตา ค. พิเศษ ในปีนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้เปิดให้ผู้ส่งออกมาขอใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 131 ต.ค. โดยแนวโน้มการใช้ในปีนี้ น่าจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่มาขอใช้ในปริมาณไม่ต่างจากเดิม เพราะไม่ว่าราคาน้ำตาลตลาดโลกจะมีอยู่ในระดับใด อย่างไรผู้ส่งออกก็มีความได้เปรียบอยู่แล้ว เพราะมาตั้งฐานการผลิตในเมืองไทยมีต้นทุนในเรื่องค่าขนส่งน้อย และสามารถการันตีปริมาณวัตถุดิบที่จะใช้ได้แน่นอน
ทั้งนี้ ปีก่อนมีผู้มาขอใช้สิทธิทั้งสิ้น 3.47 ล้านกระสอบ จำนวน 92 ราย มาขนย้ายไปแล้ว 1.95 ล้านกระสอบ และยังไม่ได้ขนย้าย 1.51 ล้านกระสอบ โดยมีผู้ประกอบการรายย่อยประมาณ 3040 ราย ที่มาขอใช้สิทธิแล้วใช้ไม่ถึง 70% ซึ่งจะถูกตัดสิทธิห้ามขอใช้ไปอีก 5 ปี
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมได้รับแจ้งว่ามีโกดังน้ำตาล 1 แห่ง ที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน ถูกน้ำท่วม แต่ผลกระทบน้อย เพราะตอนนี้ไม่ใช่ฤดูหีบอ้อย ปริมาณน้ำตาลที่อยู่ในโกดังก็มีน้อย ส่วนโรงงานอื่นๆ ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะอยู่บนที่ดอน นอกจากนี้ยังกังวลว่าหากน้ำไม่ลดชาวไร่จะตัดอ้อยไม่ได้ และขนส่งอ้อยไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ ทำให้การเปิดหีบล่าช้า







