
พบกันครึ่งทางเอดีเหล็กจีน
กิตติรัตน์สั่งลดเก็บภาษีลงครึ่งหนึ่งช่วงคณะกรรมการไปศึกษายาว1ปี
กิตติรัตน์สั่งลดเก็บภาษีลงครึ่งหนึ่งช่วงคณะกรรมการไปศึกษายาว1ปี
ทบทวนเอดีเหล็กตัวเอชจากจีนเสียงแตก ผู้ใช้เสนอเลิกเก็บภาษี แต่ผู้ผลิตให้เก็บต่อ ด้าน “โต้ง” ยุติศึกครึ่งทางลดภาษีเหลือ 13.9% ใน 1 ปี ระหว่างรอบอร์ดเอดีศึกษาผลกระทบ 1 ปี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนที่ตัวเองเป็นประธาน ได้พิจารณาประเด็นทบทวนต่ออายุมาตรการอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัวเอชจากประเทศจีน หลังมาตรการเก็บภาษีเอดีจะหมดวันที่ 9 ต.ค.นี้ แต่ได้มีข้อเสนอหลายฝ่ายที่ความเห็นไม่สอดคล้องกัน
ทั้งนี้ ฝ่ายผู้ใช้เหล็กภายในประเทศเสนอให้ยกเลิกการเก็บภาษีเอดีเหล็กรูปตัวเอชดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาสินค้าเหล็กจากจีนไม่มีการทุ่มตลาดแล้ว และก็มีการนำเข้าไม่เกิน 2 หมื่นตันต่อปี ดังนั้น การยกเลิกมาตรการจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้เหล็กภายในประเทศที่นำเข้ามาได้ราคาถูกลง
ขณะที่ฝ่ายผู้ผลิตเหล็กรูปตัวเอชภายในประเทศต้องการให้เรียกเก็บภาษีเอดีกับเหล็กนำเข้าจากจีนต่อไป เพราะเกรงว่าหากยกเลิกมาตรการจะส่งผลเสียหายต่ออุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศ เนื่องจากเหล็กจากจีนมีราคาต่ำกว่ามาก
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิจารณาแล้วว่า การยกเลิกหรือต่ออายุมาตรการควรมีการศึกษาให้รอบคอบ จึงมีมติให้เรียกเก็บภาษีเอดีเหล็กรูปตัวเอชจากจีนในอัตราลดลงกึ่งหนึ่ง หรือเรียกเก็บภาษีเหลือ 13.9% จากอัตราภาษีเอดีที่เรียกเก็บปัจจุบัน 27.81% ในระหว่างที่คณะกรรมการศึกษาผลดีและผลเสีย คาดว่าใช้เวลา 1 ปี
สำหรับการเรียกเก็บภาษีเอดีเหล็กรูปตัวเอชจากประเทศจีน ได้มีการเรียกเก็บภาษีมา 8 ปี โดยมีการเรียกเก็บภาษีเอดี 5 ปีแรก และต่ออายุอีก 3 ปี ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 9 ต.ค.นี้
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การขอให้ต่ออายุมาตรการเอดีเหล็กตัวเอช มาจากบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยื่นเรื่องสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัวเอช ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาทบทวนเรียกเก็บภาษีเอดีการทุ่มตลาดต่อ โดยแสดงเหตุผลข้อเท็จจริงว่า หากยุติการเรียกเก็บภาษีเอดี จะทำให้การทุ่มตลาดฟื้นคืนอีกตามมาตรา 57 แห่งพ.ร.บ.ตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2552







