posttoday
การลงทุนจากต่างประเทศ..ยังคงต้องการการสนับสนุนเชิงนโยบายจากรัฐ

การลงทุนจากต่างประเทศ..ยังคงต้องการการสนับสนุนเชิงนโยบายจากรัฐ

10 ตุลาคม 2554

การคงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนนั้นยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ

การคงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนนั้นยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ

โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย


การคงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนนั้นยังมีความจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ และการปรับเปลี่ยนมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม น่าจะเป็นไปในลักษณะที่สามารถแก้ไขจุดด้อยของนโยบายเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ไม่ว่าจะด้วยการเคลื่อนย้ายทุนเข้าออกในภูมิภาคมีความเป็นเสรีมากขึ้นด้วยมิติของ AEC

ในขณะเดียวกันก็ต้องสอดคล้องกับนโยบายต่างๆ ภายในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อที่จะให้งบประมาณที่ใช้ไปกับการให้สิทธิประโยชน์ สามารถนำมาสู่การสร้างเสริมการลงทุนในประเทศและการหมุนเวียนต่อไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

แม้ไทยยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ แต่คู่แข่งเริ่มเบียดเข้าใกล้ขึ้น ซึ่งภาพการลงทุนโดยรวมของไทยถึงแม้จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ทรงตัวได้ในทิศทางบวกแต่ก็มีแนวโน้มชะลอลง ซึ่งการลงทุนของภาคเอกชนขยายตัวสูง 13.8% ในปี 2553 แต่ในปี 2554 อัตราการขยายตัวชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 12.6% ในไตรมาสแรก และ 8.6% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าสถานะการแข่งขันของไทยเริ่มอ่อนแอลง โดยจากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันโดย WEF อันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง (จากอันดับที่ 28 ในปี 2549 สู่อันดับที่ 39 ในปี 2553/2554) ถอยห่างจากมาเลเซียและอินโดนีเซียและเวียดนามตีตื้นขึ้นมาอย่างกระชั้นชิด

แนวโน้มการลงทุนในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยทิศทางการลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2554 มีโอกาสที่จะชะลอตัวจากปัจจัยความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศที่มีความเปราะบาง และนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนหลายประเด็นยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ได้แก่

1) การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท อาจมีผลทำให้ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น และมีช่วงห่างของต้นทุนการผลิตเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านมาก 2) การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และ 20% ในปี 2556 เป็นมาตรการที่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่น่าจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนภาษีที่ลดต่ำลง และจะทำให้กรอบภาษีเงินได้นิติบุคคลของไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาเลเซีย จีนและบางประเทศในภูมิภาค อย่างไรก็ดีมีความเป็นไปได้ว่าการลดอัตราภาษีดังกล่าวอาจมีการดำเนินการควบคู่ไปกับการปรับลดการให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของ BOI ซึ่งความไม่ชัดเจนดังกล่าวจึงอาจมีผลทำให้นักลงทุนบางส่วนชะลอแผนการลงทุน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าสิทธิประโยชน์ทางการลงทุนที่ไทยให้แก่นักลงทุนนั้น มีความน่าจูงใจทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ แล้ว แต่จุดอ่อนของไทยคือนโยบายรัฐบาลขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ขาดความชัดเจนในการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว อีกทั้งมีความไม่สอดคล้องเชิงนโยบายระหว่างหน่วยงาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนของประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียนระยะข้างหน้า ซึ่งพบว่า เวียดนามและอินโดนีเซียมีแผนที่จะใช้จุดเด่นเรื่องของการเป็นกลุ่มประเทศที่เพิ่งเปิดสู่ระบบตลาด ซึ่งยังมีทรัพยากรธรรมชาติล้นเหลือ รวมทั้งมีค่าจ้างแรงงานและต้นทุนในระดับต่ำ เพื่อวางกลยุทธ์ที่จะดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอ ค้าปลีก พร้อมทั้งจะสนับสนุนให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับภาครัฐ (Public Private Partnership, PPP) แนวโน้มที่จะพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

ขณะที่ประเทศมาเลเซียกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแผน New Economic Model (NEM) โดยจะหันมาดึงดูดการลงทุนจากธุรกิจภาคบริการมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการพัฒนาระบบและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม เพื่อรองรับกลุ่มทุนจากตะวันออกกลาง และจะสร้าง Niche Industry ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยให้ภาคเอกชนในประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนและทำ R&D ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับไทยที่จะต้องปรับตัวแข่งขันอย่างไร

ศูนย์วิจัยกรไทยมองว่าการกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอนาคตข้างหน้าจะพิจารณาถึงประเด็นสำคัญดังนี้

ปรับปรุงข้อจำกัดจากนโยบายในปัจจุบัน เช่น ทบทวนนโยบายการให้การสนับสนุนการลงทุนโดยอ้างอิงจากเขตที่ตั้ง การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของวิธีการคำนวณภาษีและการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การกำหนดวิธีในการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินกิจการ หรืออาจให้มีการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนแบบ OneStop Service ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศได้ในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดการการจ้างงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศได้ในระยะยาว เช่น อุตสาหกรรมการบริการด้านสุขภาพ รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และพลังงานทดแทน เป็นต้น

สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ นโยบายการส่งเสริมการลงทุนอาจจะต้องพิจารณาถึงการสนับสนุนการส่งถ่ายความรู้ด้านเทคโนโลยีไปยังผู้ประกอบการในประเทศ เพื่อให้ไทยสามารถก้าวไปสู่การพัฒนาในระดับขั้นที่สามารถบริหารจัดการเทคโนโลยีเองได้ เพื่อที่จะผลิตสินค้าคุณภาพสูงได้ด้วยตัวเอง และการสนับสนุนการร่วมลงทุน หรือการเป็นคู่คิดทางกลยุทธ์ระหว่างบริษัทท้องถิ่นและบริษัทต่างชาติ หรือภาครัฐอาจให้การสนับสนุนแก่โครงการวิจัยระหว่างผู้ร่วมทุนต่างชาติและสถาบันการศึกษา

สัดส่วนเงินลงทุนจากต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะมาจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย หรือกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและละตินอเมริกา เนื่องด้วยการปรับเปลี่ยนโมเมนตัมทางเศรษฐกิจที่หันเข้าสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่กลุ่มเม็ดเงินลงทุนเดิมจากประเทศพัฒนาแล้วไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ หรือยุโรปมีแนวโน้มแผ่วลงจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่ไม่คลี่คลายอย่างชัดเจนนัก ดังนั้น ภาครัฐอาจมีการพิจารณาว่าอุตสาหกรรมใดที่นักลงทุนกลุ่มนี้กำลังให้ความสนใจ และหากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ภาครัฐมีความคิดที่จะส่งเสริมก็อาจจะกำหนดนโยบายการสนับสนุนการลงทุนในทิศทางที่จะสามารถดึงดูดกลุ่มนักลงทุนกลุ่มใหม่นี้ด้วย

รูปแบบของการลงทุนและผู้ลงทุนจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เป็นการลงทุนที่เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น (Greenfield Investment) เป็นในลักษณะของการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions) มากขึ้น ขณะที่บทบาทของนักลงทุนซึ่งแต่เดิมจะเป็นบริษัทข้ามชาติ (MNCs) เป็นส่วนใหญ่ ก็จะมีกลุ่มลงทุนในรูปของกองทุนมั่งคั่งจากภาครัฐ (SWFs) เริ่มเข้ามาเช่นเดียวกัน ซึ่งนโยบายการส่งเสริมการลงทุนอาจจะต้องมีข้อกำหนดเพื่อรองรับรูปแบบการลงทุนในลักษณะใหม่ๆ และกลุ่มผู้ลงทุนกลุ่มใหม่ๆ ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท