
วิชิตทำนายปีหน้าขอสินเชื่อพุ่ง
“วิชิต” คาดปีหน้าธุรกิจไทยโกอินเตอร์ไม่หมู ชี้วิกฤตยุโรปทำต้นทุนการใช้สินเชื่อพุ่ง ระดมทุนต่างชาติยาก
“วิชิต” คาดปีหน้าธุรกิจไทยโกอินเตอร์ไม่หมู ชี้วิกฤตยุโรปทำต้นทุนการใช้สินเชื่อพุ่ง ระดมทุนต่างชาติยาก
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า วิกฤตการเงินยุโรปจะส่งผลให้ธุรกิจไทยที่มีแผนออกไปลงทุนในต่างประเทศในปีหน้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนและมีต้นทุนการใช้สินเชื่อสูงขึ้น และจะเพราะสถาบันการเงินในยุโรปซึ่งเป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เริ่มมีปัญหาด้านสภาพคล่อง ทำให้การระดมเงินจากต่างชาติเพื่อมาร่วมปล่อยกู้กับธนาคารไทยทำได้ยาก
“ที่ผ่านมาแบงก์ยุโรปปล่อยกู้ให้กับกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในอัตราที่สูงกว่าแบงก์สหรัฐและญี่ปุ่นรวมกันเสียอีก ตอนนี้บางแห่งเริ่มถูกหั่นเครดิตหรือต้องเพิ่มทุนไปแล้ว ทำให้การปล่อยสินเชื่อในปีหน้าทำได้ยากขึ้น ธุรกิจไทยที่จะออกไปอาจมีปัญหาเรื่องการระดมทุน” นายวิชิต กล่าว
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า โดยปกติแล้วธุรกิจไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศจะใช้สินเชื่อรวมทั้งจากธนาคารไทยและต่างชาติ สำหรับในปีหน้าคาดว่าธนาคารต่างชาติจะให้สินเชื่อในสัดส่วนที่ลดลง ดังนั้นธนาคารอาจต้องพิจารณาลูกค้าเป็นรายกรณีไป หากลูกค้าสามารถใช้เงินตัวเองในการลงทุนได้มากจะยิ่งดีต่อการพิจารณาความเสี่ยง
ทางด้านนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การหามาตรการช่วยแก้ไขวิกฤตหนี้ในยุโรปในช่วงนี้ อาทิ การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของยุโรปของทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) การส่งสัญญาณแทรกแซงตลาดอนุพันธ์ในภูมิภาคยุโรป เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตหนี้บานปลาย การพยามเสนอแผนในการเตรียมเพิ่มทุนให้กับธนาคารในยุโรป การเสนอให้ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือแนวทางอื่นๆ น่าจะช่วยดึงความมั่นใจระยะสั้นของนักลงทุนให้กลับมาได้ แต่การแก้ไขปัญหาให้เรียบร้อยจริงยังมองว่าต้องอาศัยเวลาอีกระยะหนึ่ง
“วิธีการแก้ปัญหาที่ออกมาในช่วงนี้น่าจะพอดึงความเชื่อมั่นในระยะสั้นได้ แต่การแก้ปัญหาที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่น่าจะมีผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายหรือไหลกลับยุโรปหรือสหรัฐทางเดียว คิดว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายยังน่าจะเคลื่อนไหว 2 ทาง คือ ทั้งเข้าและออกจากไทยเรา เพราะปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจเรายังดีอยู่ แต่ขณะเดียวกันความผันผวนก็ยังคงอยู่” นายทรงธรรม กล่าว
สำหรับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ธปท.รายงานว่า ณ วันที่ 30 ก.ย. กองทุนอยู่ที่ระดับ 1.801 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.611 ล้านล้านบาท ลดลง 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.72 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ด้านฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ อยู่ที่ระดับ 2.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิที่รวมระหว่างทุนสำรองระหว่างประเทศและ Forward ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.074 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุที่ทำให้ทุนสำรองลดลงเป็นผลมาจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง







