posttoday
คมนาคมปิดเส้นทางเอเชียแล้ว

คมนาคมปิดเส้นทางเอเชียแล้ว

07 ตุลาคม 2554

คมนาคม ปิดเส้นทางเอเชีย แนะนำใช้เส้นพหลโยธิน-บางบัวทอง

คมนาคม ปิดเส้นทางเอเชีย แนะนำใช้เส้นพหลโยธิน-บางบัวทอง

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต  รมว.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลฝ่ายอำนวยการร่วมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เปิดเผยว่า ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังถนนสายเอเชียบริเวณจ.อยุธยาซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่จะเชื่อมต่อการเดินทางไปยังภาคเหนือนั้น ถนนในบริเวณดังกล่าวมีน้ำท่วมขังสูงมากถึง 70 เซนติเมตร รวมระยะทาง 10 กิโลเมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ กระทรวงคมนาคมจึงได้ประกาศปิดการจราจรตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงประชาชนหันมาใช้เส้นทาง หลวงหมายเลข 1  (พหลโยธิน) และทางหลวงหมายเลข 340  (บางบัวทอง – สุพรรรณบุรี )   เพื่อเดินทางเชื่อมต่อไปยังเส้นทางสายเหนือแทน  รวมทั้งสั่งการให้กรมทางหลวงชนบท(ทช.) และกรมทางหลวง(ทล.) เร่งดูแลรักษาทางหลวงทั้ง 2 เส้น ไม่ให้ถูกน้ำท่วมโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้การเดินทางไปยังภาคเหนือเป็นอัมพาต

ส่วนการกู้และซ่อมแซมถนนสายเอเซีนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้เพราะน้ำยังมีระดับสูงมาก และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกจากพายุลูกใหม่ที่กำลังจะเข้ามายังไทย  หากซ่อมถนนอาจจะต้องใช้เวลานาน  รวมทั้งขณะนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่จะนำมาซ่อมถนน โดยเฉพาะทราย และหินนั้นหาซื้อได้ยากมาก  ดังนั้นจำเป็นต้องชะลอการซ่อมถนนในจุดดังกล่าวและยอมให้น้ำท่วมถนนต่อไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับรายงานว่าถนนหมายเลข 340 เริ่มมีปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมบริเวณริมถนนบ้างแล้ว ซึ่งได้สั่งการให้เฝ้าระวัง และเร่งทำคันดินกั้นน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมอย่างเร่งด่วน  ส่วนที่ชาวบ้านร้องเรียนว่าเรือในแม่น้ำบางแห่งวิ่งด้วยความเร็ว จนส่งผลกระทบทำให้คลื่นน้ำจากท้องเรือกระแทกเข้าท่วมบ้านเรือประชาชนริมฝั่งนั้น ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หากจุดใดเกิดปัญหาให้ประกาศหยุดเดินเรือทันที หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินเรือ กรมเจ้าท่าจะเป็นผู้นำการเดินเรือดังกล่าว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบที่อยู่อาศัยของประชาชน   

นายสมชัย สวัสดีผล รักษาการผู้อำนวยการใหญ่    บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่า  ได้จัดเตรียมพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศหลังเดิม ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 22,000 ตารางเมตร  จัดทำเป็นศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)และศูนย์รับเรื่องร้องเรียน  นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถฟรีไว้ให้บริการประชาชน บริเวณอาคารจอดรถ5ชั้น ซึ่งสามารถจอดได้ถึง 45 0คัน    บริเวณที่ว่างด้านอาคารจอดรถ5ชั้นอีก 100 คัน รวมทั้งอยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่บริเวณอาคารคลังสินค้า4 เพื่อรองรับการจอดรถอีกกว่า 400 คัน รวมเป็นทั้งสิ้น 1,000 คัน    แต่หากยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนท่าอากาศยานดอนเมืองจะพิจารณาจัดหาพื้นที่ในส่วนอื่นต่อไป 

สำหรับประชาชนที่สนใจนำรถเข้ามาจอด อาจจะต้องแสดงบัตรประชาชนต่อพนักงานรักษาความปลอดภัย  เพื่ออำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย ซึ่ง บริษัทเตรียมที่จะจัดจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยเข้ามาดูแลเพิ่มในพื้นที่บริเวณศปภ.และพื้นที่จอดรถ รวมทั้งจัดให้มีเวรยามเดินตรวจตราตลอดเวลา  ส่วนระยะเวลาที่จอดนั้นขึ้นกับความต้องการของประชาชน  ซึ่งล่าสุดบริษัทฮอนด้าได้นำรถยนต์ซึ่งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมในจ.อยุธยาเข้ามาจอดบ้างแล้ว  รวมทั้งประชาชนจากจ.อยุธยาบางส่วน

นายสมชัย กล่าวว่า การเปิดให้จอดรถฟรีภายในดอนเมืองจะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบินของท่าอากาศยานดอนเมือง  เนื่องจากท่าอากาศยานดอนเมืองมีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยการบินขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโออย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว รวมทั้งพื้นที่ที่ใช้ในการบินและเปิดให้มีการจดอรถฟรีนั้น แยกส่วนออกจากกันอย่างชัดเจน  

ว่าที่ร.ท.อนิรุทธิ์  ถนอมกุลบุตร ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกล่าวว่า ขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิได้ประสานขอรับทราบข้อมูลน้ำกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด    และยังไม่มีปัญหาปัญหาน้ำท่วมแท็กซี่รันเวย์ เนื่องจากมีระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด  รวมทั้งปัจจุบันยังมีการจัดระบบพื้นที่รองรับน้ำไว้มากถึง 4 ล้านลูกบาศก์เมตร  ซึ่งรองรับน้ำไว้เพียง 1 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ยังมีพื้นที่ว่างจำนวนมาก และยังมีระบบคลองที่ระบายน้ำลงสู่ทะเลอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากในช่วงนี้มีปริมาณฝนตกในพื้นที่เกินกว่า 128 มิลลิเมตร อาจส่งผบกระทบต่อการจรจาบริเวณรอบนอกของท่าอากาศสุวรรณภูมิได้

พล.ต.ท. ชัจจ์  กุลดิลก รมช.คมนาคม กล่าวว่า  ได้ลงพื้นที่จ.นครสวรรค์  เพื่อตรวจสภาพเส้นทางรถไฟสายเหนือที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้รฟท. จำเป็นต้องหยุดการเดินรถในเส้นทางสายเหนือหลายขบวน โดยจากการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมทางรถไฟในระหว่างวันที่ 1-3 ส.ค. และ วันที่ 26 ก.ย. – 6 ต.ค. จำนวน 14  วัน  มีขบวนรถที่หยุดให้บริการ 339 ขบวน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม  46  ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการหยุดเดินรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ มูลค่าความเสียหายรวม 25 ล้านบาท  และหยุดเดินรถสินค้า  คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 21 ล้านบาท       

“ ตอนนี้ได้ให้รฟท. เร่งประเมินสถานการณ์วันต่อวัน  ซึ่งเส้นทางใดที่ถือเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังจะจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง และต้องมีการติดตามและรายงานอย่างใกล้ชิด  ทั้งเส้นทางสายเหนือ  ภาคกลางตอนบน  และภาคกลางตอนล่าง   หากมีเส้นทางใดที่มีน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเดินรถได้จะมีการสั่งปิดการเดินรถในเส้นทางนั้นทันที  เนื่องจากต้องคำถึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และหากเส้นทางใดน้ำท่วมไม่มากนักและไหล่ทางได้รับความเสียหายบางส่วนก็จะให้รถวิ่งได้แต่จะกำจัดความเร็ว 20 กม.ต่อชม. และจะซ่อมไหล่ทางไปพร้อมด้วยเลย”  พล.ต.ท. ชัจจ์ กล่าว 
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ในส่วนของการเดินรถสายเหนือ ยังคงให้บริการได้แค่สถานีอยุธยาเช่นเดิม เนื่องจากน้ำยังไม่ลด ส่วนสายตะวันออกเฉียงเหนือ ยังเดินรถตามปกติทุกขบวน แต่เปลี่ยนเส้นทางการเดินขบวนรถ โดยใช้เส้นทางออกจากกรุงเทพไปเส้นทางฉะเชิงเทรา แยกคลอง 19 เข้าเส้นทางแก่งคอย แล้วเข้าสู่เส้นทางเดิมจนถึงปลายทาง เช่น หนองคาย และอุบลราชธานี โดยประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางเดินรถได้ที่สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง  (บขส.) กล่าวว่า รถบขส. ยังคงให้บริการทุกเส้นทางตามปกติทุกเส้นทาง โดยสายเหนือ ยังใช้วิธีเลี่ยงไปเดินรถในเส้นทางสายบางบัวทอง – สุพรรณบุรี – อ่างทองแทน  จากเดิมที่ต้องวิ่งผ่านถนนเอเชีย แต่เนื่องจากขณะนี้ถนนสายเอเชีย น้ำท่วม จนไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่ จึงต้องใช้วิธีการเลี่ยงแทน  ส่วนความเสียหายของบขส. นั้น ขณะนี้ ยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังไม่มีผู้ดดยสารขอคืนตั๋วโดยสาร เพราะก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขายตั๋ว ได้แจ้งผู้โดยสารก่อนแล้วว่า จะวิ่งในเส้นใด แต่หากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย ที่ไม่สามารถให้บริการได้กะทันหัน ทางบขส. ก็จะหาวิธีการแก้ปัญหา เช่น คืนเงินค่าตั๋วโดยสารต่อไป      

นายวันชัย ภาคลักษณ์ รักษาการอธิบดี กรมทางหลวง(ทล.)  กล่าวว่า ขณะนี้น้ำท่วมบริเวณสายเอเชีย ประมาณ 10  กม. ระหว่างกม. 25 - 35 ทำให้รถขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านเส้นทางได้ หากจะต้องกู้สถานการณ์น้ำดังกล่าวจำเป็นจะต้องใช้ แผงกั้นจราจร (แบริเออร์) 5,000 ชิ้น  โดยขณะนี้ ทล. จะต้องเฝ้าระวังในเส้นทางหลักที่ได้รับมอบหมาย คือ ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน และทางหลวงหมายเลข 340  บางบัวทอง – สุพรรณบุรี เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เดินทางไปจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือได้

“เส้นทางหมายเลข 309 อยุธยา-วังน้อย เป็นอีกเส้นทางที่ต้องเฝ้าระวัง ปริมาณน้ำที่จะมาจากบางปะอิน-นครสวรรค์ และอาจจะไหลไปทางนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมไฮเทคขนาดใหญ่ กรมทางหลวงจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้จะต้องบล็อคน้ำบริเวณคลองสาคู ในทางหลวงหมายเลข 32 บางปะอิน-นครสวรรค์ ด้วย” นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวว่า สำหรับถนนของทล.ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในวันที่ 7 ต.ค. พบว่า มีถนนที่ถูกน้ำท่วม 21 จังหวัด รวม 106 สายทาง การจราจรผ่านได้ 61 สายทาง คิดรวมมูลค่าความเสียหายตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.-7ต.ค. จำนวน 3,794 ล้านบาท โดยจังหวัดที่รับความเสียหายมากที่สุด  6 อันดับ คือ 1.จ.พระนครศรีอยุธยา 2.พิจิตร 3.นครสวรรค์ 4.สิงห์บุรี 5.ลพบุรี และ6. ชัยนาท

นายชาติชาย ทิพย์สุนารี รักษาการอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.-7 ต.ค. พบว่าถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมรวม 673 สายทาง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 154 สายทาง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 4,936 ล้านบาท โดยถนนที่น้ำท่วมขังมากที่สุดได้แก่ พิจิตร นครสวรรค์ และอยุธยา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท