
แบงก์ชาติซับน้ำตาลูกหนี้ เล็กใหญ่ได้หมด
อุทกภัยที่กำลังกัดกร่อนเศรษฐกิจในขณะนี้ ได้สร้างความเสียหายในหลายจังหวัด ทั้งคนจนคนรวยโดนกันถ้วนหน้า ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว
อุทกภัยที่กำลังกัดกร่อนเศรษฐกิจในขณะนี้ ได้สร้างความเสียหายในหลายจังหวัด ทั้งคนจนคนรวยโดนกันถ้วนหน้า ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไปทั่ว
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหน้าขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ บริษัทบัตรเครดิต และนันแบงก์ ช่วยลูกหนี้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมให้ผ่อนเงื่อนไขการชำระหนี้ พิจารณาให้ลูกค้าบัตรเครดิตชำระค่างวดต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 10% ได้
สมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธปท. ได้ออกประกาศวันนี้สั่งการถึงสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง บริษัทผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับการดูแลของ ธปท.ให้พิจารณาช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 2554 มาจนถึงปัจจุบัน ธปท.จึงขอให้สถาบันการเงินทุกแห่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามความเหมาะสม ดังนี้
1.ดูแลลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสนับสนุนให้ความช่วยเหลือให้ลูกหนี้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น การพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เป็นต้น
2.สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) สามารถพิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้ต่ำกว่าเกณฑ์ชำระขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 10% ของยอดหนี้คงค้างได้ โดยให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตตามความเหมาะสมจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2555
ทั้งนี้ ให้สถาบันการเงินและนันแบงก์สามารถพิจารณาลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินตามเอกสารเผยแพร่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
นอกจากนี้ ธปท.ยังได้ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้จัดทำข้อมูลรายงาน และจัดส่งข้อมูลรายงานเป็นรายเดือนภายใน 21 วัน นับจากวันสิ้นเดือนแก่ ธปท. เพื่อประโยชน์ในการติดตามสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอุทกภัยต่อไปด้วย
สำหรับผู้ประกอบการนั้น ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กันโดยน้ำยังทะลักเข้าไปยังนิคมอุตสาหกรรมจมอยู่ใต้บาดาล โรงงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องปิดตายอย่างไม่มีกำหนด พนักงานโรงงานต้องหยุดงานอาจมีผลต่อการชำระหนี้เงินกู้ โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อย ทำให้ธนาคารหลายแห่งได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเร่งด่วน
ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สำหรับลูกค้าของธนาคารที่ประสบภัยน้ำท่วมไม่สามารถออกจากที่พักเพื่อชำระหนี้ได้ ให้ใช้วิธีโทรศัพท์หาคอลเซ็นเตอร์ธนาคาร 028888888 เพื่อขอผ่อนผันพักชำระหนี้ โดยธนาคารได้แบ่งการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิตผ่อนผันให้หยุดชำระหนี้ได้ใน 3 เดือน โดยธนาคารจะประสานผ่านไปยังบริษัท เครดิตบูโร เพื่อให้ลูกค้าไม่เป็นลูกค้าหนี้เสีย โดยหยุดการส่งข้อมูลลูกค้าให้ในช่วงนี้
ทั้งนี้ ธนาคารจะลดดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 10% จากเดิมดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ 20% ยอมรับว่าดอกเบี้ยของลูกค้ายังเดินตามปกติ เพื่อป้องกันลูกค้าที่แอบอ้าง หากไม่คิดดอกเบี้ยเลย
2.ลูกค้าสินเชื่อบุคคลให้หยุดผ่อนชำระหนี้ได้ใน 3 เดือน พร้อมทั้งลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 50% จากปัจจุบันดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลมี 3 แบบ คือ 20% 24% และ 27% และ 3.ลูกค้าสินเชื่อบ้านธนาคารจะให้ลูกค้าเป็นฝ่ายเลือกขอความช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่งคือ ขอผ่อนชำระค่างวดเหลือ 60% จากปกติที่ผ่อนชำระในแต่ละเดือนเป็นเวลา 1 ปี หรือจะเลือกผ่อนชำระแต่ดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน และอีกประเภทหลังน้ำลดลูกค้าสามารถขอเงินกู้ซ่อมแซมบ้านได้ 100% เท่ากับจำนวนค่างวดที่ผ่อนมาแล้ว
ด้าน เวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมต้องปิดโรงงานได้แจ้งมายังธนาคารแล้วว่า จะขอลดเงินเดือนพนักงานคนละ 15% เป็นการชั่วคราว แต่ยังยืนยันที่จะจ่ายเงินเดือนให้พนักงานตามปกติ โดยในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ทำประกันไว้ และไม่ได้ใช้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทยเป็นหลัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติและบริษัทญี่ปุ่น จึงใช้เงินทุนจากประเทศตัวเอง
สำหรับการช่วยเหลือลูกค้าน้ำท่วมทั้งหมดแบ่งเป็น 7 มาตรการ ประกอบด้วย เงินกู้กรุงไทยสู้อุทกภัยให้วงเงินกู้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย เพื่อใช้ฟื้นฟูกิจการ โดยในปีที่ 1 คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลบ 1% หลังจากนั้นคิดเอ็มแอลอาร์ผ่อนชำระนานถึง 5 ปี สามารถใช้หลักประกันเดิม
เงินทุนหมุนเวียนกรุงไทยสู้อุทกภัยให้เงินกู้เป็นทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง โครงการกรุงไทยสู้อุทกภัย สำหรับลูกค้าที่ไม่ประสงค์กู้เพิ่ม ธนาคารให้พักชำระเงินต้นนาน 6 เดือน
สินเชื่อที่อยู่อาศัยกรุงไทยสู้อุทกภัย ธนาคารให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมกับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเต็มตามจำนวนเงินที่ได้ผ่อนชำระกับธนาคาร โดยไม่ตรวจสอบประวัติทางการเงินไม่ต้องประเมินราคาหลักทรัพย์ รวมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมการนำนิติกรรมจำนองคิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลบ 1.75% ในปีแรก หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.5% ผ่อนชำระสูงสุดนานถึง 60 งวด
ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยลูกค้าสินเชื่อบ้านและสินเชื่อธุรกิจรายย่อย (SSME) สามารถเลือกความช่วยเหลือได้ 2 แบบ คือ 1.พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 6 เดือน หรือ 2.วงเงินกู้พิเศษเพื่อการซ่อมแซมบ้านสูงสุด 120% ของราคาประเมินเดิมหักยอดหนี้ที่เหลืออยู่
ส่วนลูกค้าบุคคลประเภทสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสดส่วนบุคคล สามารถขอพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพิจารณาตามกรณี ได้แก่ 1.พักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลาสูงสุดครั้งละไม่เกิน 6 เดือน รวมแล้วไม่เกิน 12 เดือน 2.พักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยครั้งละ 3 เดือน และต่อเพิ่มได้อีกไม่เกิน 6 เดือน
3.ยืดระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานสูงสุด 12 เดือน 4.ลดดอกเบี้ยปกติได้ไม่เกิน 1% นานสูงสุด 6 เดือน 5.ให้วงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) หรือวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนประเภทอื่นไม่เกิน 20% ของวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนทั้งหมด สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลาครั้งละไม่เกิน 3 เดือน รวมทั้งหมดแล้วไม่เกิน 6 เดือน และเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว ช่วยเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจให้พิเศษ ลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบอุทกภัยสามารถติดต่อรับบริการได้ที่สำนักงานธุรกิจที่มีบัญชีสินเชื่ออยู่







