
หนุนทุนปิโตรฯลุยต่างประเทศ
หนุนขยายฐานลงทุนปิโตรเคมีไปประเทศเพื่อนบ้าน ชูเมืองทวาย แหล่งก๊าซฯ
หนุนขยายฐานลงทุนปิโตรเคมีไปประเทศเพื่อนบ้าน ชูเมืองทวาย แหล่งก๊าซฯ
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายภาครัฐในการสนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมหลักของประเทศในอนาคต” รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นที่ 4 ที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีโอกาสที่จะไปขยายการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ในนิคมทวาย สหภาพพม่า เนื่องจากไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ในประเทศ
นิคมทวายเป็นจุดที่มีความพร้อมในหลายด้าน เนื่องจากพม่ามีแหล่งก๊าซธรรมชาติ และไทยก็มีการลงนามซื้อขายก๊าซฯ อยู่แล้ว สามารถรองรับกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวภาคเอกชนก็สนใจ รัฐก็พร้อมจะเจรจาระหว่างรัฐกับรัฐให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ไทยจะเผชิญกับการแข่งขันจากต่างประเทศ โดยเฉพาะภายในภูมิภาคและประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย ซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น
ประเทศดังกล่าวได้เปรียบไทยในหลายด้าน เช่น วัตถุดิบ แหล่งแรงงาน และนโยบายที่ส่งเสริมการพัฒนาและการลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ในขณะที่ไทยยังขาดความชัดเจนในเชิงนโยบายต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง
กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่จำเป็นต้องการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้นโยบายที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของสังคม จะสร้างความเจริญและความมั่นคงให้ประเทศได้
คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต กรรมการมูลนิธิเพื่อสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยไม่ควรทิ้งการขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เนื่องจากลงทุนระบบสาธารณูปโภคไปมากแล้ว ดังนั้นการศึกษาแผนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้น4 จะต้องพิจารณาด้วยความเหมาะสม
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ปัจจุบันบีโอไอได้เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากผู้ประกอบการรายใดต้องการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะต้องได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบด้านสุขภาพด้วยจึงจะได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุน







