
กลุ่มเกษตรกรร้องคมนาคมปลดบิ๊กเจ้าท่า
สมาคมเครือข่ายสถาบันเกษตรกร ร้อง “สุกำพล” ปลดอธิบดีกรมเจ้าท่า ปล่อยน้ำท่วม
สมาคมเครือข่ายสถาบันเกษตรกร ร้อง “สุกำพล” ปลดอธิบดีกรมเจ้าท่า ปล่อยน้ำท่วม
ตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกร เครือข่ายประชาชนตรวจสอบทุจริตภาครัฐ และแนวร่วมคนรักประชาธิปไตยอีสานใต้ประมาณ 30 คน นัดรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เพื่อขับไล่นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ให้พ้นจากตำแหน่ง อ้างละเว้นปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมหนัก ส่งผลเสียหายต่อเกษตรกร
ทั้งนี้ นายอรรถฤทธิ์ สิงห์ลอ นายกสมาคมเครือข่ายสถาบันเกษตรกร กล่าวว่า ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เรียกร้องให้สอบสวนเอาผิดอธิบดี จท. และให้พิจารณาปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากบกพร่องต่อหน้าที่ และไม่ดำเนินการขุดลอกแม่น้ำ ทำให้แม่น้ำตื้นเขินจนเป็นเหตุที่ทำให้น้ำท่วมหนัก ส่งผลกระทบทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก
พร้อมทั้งกล่าวหาว่าในอดีตเคยเกี่ยวข้องกับโครงการทุจริตจัดซื้อเรือขุดแอลลิดอตจนถูกลงโทษทางแพ่งและวินัย ทำให้รัฐสูญเสียเงินไปกว่า 2,000 ล้านบาท และตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่เตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อดำเนินการขุดลอกแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตามที่ปรากฏในข่าว เกรงว่าจะมีการทุจริตงบประมาณเกิดขึ้นอีก
นายถวัลย์รัฐ กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมา ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่มีการรายงานความคืบหน้าและการดำเนินการต่อ รมช.คมนาคม
นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์และทีมงานโดยตลอด แต่ปัญหาขณะนี้นอกจากต้องเร่งขุดลอกเพื่อระบายน้ำให้ทันกับปริมาณน้ำในแต่ละปี
ที่มีจำนวนมากขึ้นแล้ว พร้อมกับยอมรับว่าปัญหาภายในองค์กรก็มี เท่าที่รู้ขณะนี้มีขบวนใต้ดินที่ออก มาป่วนและมาเคลื่อนไหวในการกดดันให้
ตนออกจากตำแหน่งด้วย
“ กรมเจ้าท่าไม่เคยนิ่งนอนใจ และบกพร่องในการทำงานรวมถึงการขุดลอกคูคลองอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นนโยบายหลักที่ จท.ต้องปฏิบัติ
แต่ปัจจุบันนี้ต้องทำความเข้าใจว่า แม่น้ำ ลำคลอง มีจำนวนมาก แต่งบประมารที่ได้รับการจัดสรรมีจำนวนจำกัด” นายถวัลย์รัฐกล่าว
นายถวัลย์รัฐ กล่าวว่า การขุดลอกคูคลองและแม่น้ำนั้นเป็นนโยบายที่ จท.ดำเนิน การมาอย่างต่อเนื่อง ที่เสนองบประมาณ
ปรับปรุงขุดลอกคูคลองและแม่น้ำกว่าปีละ 14,000 กม. โดยขอจัด สรรงบประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท/ปีเท่านั้น แต่ได้รับการจัดสรร
งบประมาณเพียงปีละ 300 ล้านบาท/ปี ทำให้ขุดลอกแม่น้ำและคูคลองได้ 200 250 กิโลเมตร/ปีเท่านั้น ส่วนการขุดจะคำนึงแม่น้ำสาย
สำคัญๆก่อนทั้งแม่น้ำปิง ,วัง,ยม,น่าน และคลองที่สำคัญๆ ก่อน
ด้านนายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ จท.เตรียมขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง ทั่วประเทศทันทีหลังน้ำลดระดับลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ
เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในระยะยาว ในเบื้องต้นต้องต้องดำเนินการ14,000 กม.ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแม่น้ำสายหลัก
เช่น แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำชี และลำน้ำปาว เป็นต้น งบประมาณดำเนินการเฉลี่ยกิโลเมตรละประมาณ 12 ล้านบาท
ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ ระยะดำเนินการ 3 ปี ใช้งบประมาณประจำปีของ จท.
ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา จะต้องขุดลอกในจุดที่ตื้นเขิน โดยเฉพาะจุดที่เป็นสันดอน ซึ่งขวางทางน้ำไหล และส่งผลกระทบกับการเดินเรือ
และเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม จึงยังไม่อนุญาตให้เรือขนส่งสินค้าวิ่งในลำน้ำหลายแห่ง
เนื่องจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับคลื่นที่เกิดจากการวิ่งผ่านของเรือจะส่งผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ริมน้ำได้รับความเดือดร้อน มากขึ้น
โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนจะเปิดให้บริการได้เมื่อใดนั้นต้องดูจากสถานการณ์น้ำให้เข้าสู่ภาวะปกติ







