
พณ.ชี้2สินค้านม/น้ำมันถั่วราคาปรับลด
โพสต์ทูเดย์
— กรมการค้าภายใน ระบุ นมผงกับน้ำมันถั่วเหลืองราคาลดลง แต่ร้านค้ายังขายราคาเดิมจากที่ปรับขึ้นไปปลายปีก่อนน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราคาสินค้าช่วงวันที่ 812 ก.พ.นี้ มีสินค้าบางตัวที่ปรับลดราคาลงตามวัตถุดิบต่างประเทศ เช่น นมผง ราคาอ่อนตัวลงจากเดือนม.ค. 2.23% เนื่องจากราคานมผงขาดมันเนยลดลง 5.22% จากตันละ 186 เหรียญสหรัฐ เหลือ 175 เหรียญสหรัฐ และน้ำมันถั่วเหลืองราคาลดจากขวดละ 45 บาท เหลือ 43 บาท ส่วนปุ๋ยเคมีราคาทรงตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนม.ค. และอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นจะมีผลต่อการปรับขึ้นของราคาปุ๋ย
สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ราคาเคลื่อนไหวในระดับปกติต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคเลือกใช้จ่ายตามความจำเป็น ในขณะที่ผู้ประกอบการต้องการระบายสินค้าเพื่อลดค่าใช้จ่าย
สำหรับแนวโน้มราคาสินค้าวัตถุดิบกลุ่มเหล็กปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนทองแดงและตะกั่วซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตสายไฟฟ้า และแบตเตอร์รี่อ่อนตัวลง แต่ตอนนี้ยังไม่ส่งผลต่อราคาสินค้า
ในส่วนของสินค้าเกษตรประเภทกลุ่มสินค้าสัตว์น้ำ ทรงตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ได้แก่ ปลาดุก ที่กิโลกรัมละ 57.50 บาท และกุ้งขาว (70ตัว) ที่กิโลกรัมละ 135 บาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าถึงกิโลกรัมละ 16 บาท
นอกจากนี้ สินค้าประเภทผักสด และผลไม้ ซึ่งเป็นสินค้าตามฤดูกาลราคาขึ้นลงตามปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และอาจมีปัจจัยนอกเหนือการควบคุมที่ส่งผลกระทบต่อราคา เช่น ความแปรปรวนของสภาพอากาศในปัจจุบันจากภาวะโลกร้อน ปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องมีผลกระทบต่อผักใบ รวมทั้งยังเกิดการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ กรณีผักบุ้งจีนที่ต้องนำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมและหิมะตก จึงผลิตเมล็ดพันธุ์ได้น้อย แต่ตอนนี้สามารถนำเข้าได้ตามปกติแล้ว โดยผักสดที่มีราคาลดลง ได้แก่ ผักบุ่งจีน ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาวปลี ส่วนที่มีราคาส.ขึ้น ได้แก่ ผักคะน้า กะหล่ำปลี ผักชี ต้นหอม เป็นต้น ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าปลีกค้าส่งไทย กล่าวว่า ราคาสินค้าผลิตภัณฑ์นมสำเร็จรูป อาทิ นมกล่อง นมผงบรรจุกระป๋อง เดือนก.พ.นี้ยังไม่มีการปรับลดราคาลง จากปลายปี 2552 ที่ผ่านมาได้ปรับราคาสินค้าเพิ่ม ซึ่งผู้ผลิตเจ้าของสินค้าหรือซัพพลายเออร์ได้แจ้งราคาขายส่งขายปลีกไปยังกลุ่มร้านค้าต่างๆ ก่อนหน้านี้
สำหรับภาพรวมสินค้ายังไม่มีผู้ประกอบการสินค้าใดแจ้งปรับขึ้นหรือลดราคา และไม่มีการปรับลดขนาดหรือลดปริมาณบรรจุสินค้าแต่อย่างใดส่วนสินค้าอื่นๆยังไม่เห็นว่ามีการใช้กลยุทธ์ราคา หรือการลดขนาดเข้ามาทำตลาดแต่อย่างใดในขณะนี้
ขณะที่ปัจจุบันการทำตลาดค้าปลีกถือเป็นของกลุ่มผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ไม่ได้เป็นของกลุ่มพ่อค้า เจ้าของสินค้า หรือ ร้านค้าเหมือนในอดีตที่ผ่านมาที่มักเป็นผู้กำหนดราคาขาย ซึ่งขณะนี้จะไม่เห็นเกิดการกักตุน หรือ สต๊อกสินค้าเพื่อเก็งราคาขายปลีกที่ปรับตัวสูงเพิ้มขึ้นแต่อย่างใด ด้วยผู้ประกอบการต้องการซื้อสินค้ามาขายไปให้หมดได้โดยเร็วจากชั้นวางจำหน่ายสินค้าให้เร็วที่สุดมากกว่า เพื่อสร้างกระแสดงินสดหมุนเวียนในร้านค้าให้ได้มากที่สุด จากการแข่งขันรุนแรงในตลาดค้าปลีกที่เน้นเรื่อง ราคาสินค้าถูกเป็นหลักโดยเฉพาะในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่







