
พัทยาผุดแผนดันยอดตลาดประชุมสัมมนา
เมืองพัทยาปรับโครงสร้างบริหารรุกตลาดไมซ์รับตลาดโต ตั้งเป้า 10 ปี กวาดนักท่องเที่ยวทะลุ 7 ล้านคน
เมืองพัทยาปรับโครงสร้างบริหารรุกตลาดไมซ์รับตลาดโต ตั้งเป้า 10 ปี กวาดนักท่องเที่ยวทะลุ 7 ล้านคน
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า พัทยาได้ปรับโครงสร้างการทำงานฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านการประชุม ในการจัดทำแผนกลยุทธ์ด้านการจัดงานประชุมสัมมนา(ไมซ์) โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการผลักดันให้เมืองพัทยา จ,ชลบุรี เป็นเมืองการจัดประชุม หรือ ไมซ์ ซิตี้
ทั้งนี้เมืองได้เตรียมใช้งบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมใหญ่ตลอดปี 2555 โดยจะใช้ 5 ล้านบาท สำหรบการโฆษณาประชาสัมพันธ์ความพร้อมด้านสถานที่การจัดงาน ความหลากหลายทางการท่องเที่ยวในเมืองพัทยาผ่านสื่อครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดทำแพ็กเกจสร้างแรงจูงใจ ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การหาชน) สสปน.
เมืองพัทยาจะเร่งส่งเสริมให้เมืองพัทยาเป็นจุดหมายการจัดไมซ์ระดับอินเตอร์เพิ่มขึ้น เทียบจากปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นไมซ์ในประเทศ เนื่องจากมีความพร้อมด้านสถานที่ห้องพักที่สามารถรองรับกลุ่มไมซ์ได้กว่า 3 หมื่นห้อง ห้องประชุมที่มีความจุได้ครั้งละ 1,000 คน โดยขณะนี้ตลาดไมซ์เข้าพัทยาเฉลี่ยไม่ถึง 5 % 5 หมื่นคน/ปี ถ้ามีการผลักดันอย่างจริงจังคาดว่าจะมีกลุ่มไมซ์กว่า 1 แสนคน โดยใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 4,000-5,000 บาท/วัน ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไปใช้จ่ายเฉลี่ย 3,000 บาท/วัน
นายอิทธิพล กล่าวว่า แผนการพัฒนาเมืองพัทยา 10 ปี ระหว่างปี 2554-2563 เมืองพัทยาจะใช้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ กว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าพัทยาในปี 2563 จำนวน 7 ล้านคน สร้างรายได้ 7 หมื่นล้านบาท เทียบจากปัจจุบันราว 5 ล้านคน รายได้ 4-5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีส่วนแบ่งจำนวนนักท่องเที่ยวคิดเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพ
นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสสปน. กล่าวว่า สสปนงได้เปิดตัวโครงการ ประเทศไทย จุดหมายที่เลือกได้ไม่รู้จบ ทุกเป้าหมาย ผลลัพธ์สุดท้ายคือความสำเร็จ เพื่อตอกย้ำประเทศไทยเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เจาะกลุ่มไมซ์แถบเอเชียทดแทนตลาดยุโรป อเมริกาที่มีแนวโน้มเดินทางลดลง
ทั้งนี้สสปน.จะเร่งเพิ่มมูลค่าของกลุ่มมีทติ้งให้มีความน่าสนใจ เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนมากขึ้น เพื่อผลักดันให้มีการใช้จ่ายได้ถึง 1-1.2 แสนบาท/คน เทียบจากปัจจุบัน 8 หมื่นบาท/คน







