
ธุรกิจเกิดใหม่ก.ย.โต2%
ธุรกิจเกิดใหม่ก.ย. เพิ่ม 2% จำนวน 5 พันราย มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน "ศิริวัฒน์"โวมั่นใจนโยบายศก.รัฐ
ธุรกิจเกิดใหม่ก.ย. เพิ่ม 2% จำนวน 5 พันราย มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน "ศิริวัฒน์"โวมั่นใจนโยบายศก.รัฐ
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดตั้งธุรกิจใหม่เป็นนิติบุคคล ประเภทห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัดทั่วประเทศเดือนก.ย. 2554 มีจำนวน 5,094 ราย เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับก.ย. ปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 1% เทียบกับส.ค.ปีเดียวกัน มีทุนจดทะเบียนรวม 2.07 หมื่นล้านบาท ซึ่งธุรกิจที่มีการจัดตั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป บริการนันทนาการ อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น และขายส่งเครื่องจักรและเครื่องมือเครื่องใช้ ส่งผลให้การจัดตั้งธุรกิจใหม่ช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) 2554 มีจำนวน 4.63 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 20% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา มีทุนจดทะเบียนรวม 2.66 แสนล้านบาท
ขณะที่ ยอดจดทะเบียนเลิกทั่วประเทศเดือนก.ย. 2554 มีจำนวน 1,234 ราย ทุนยกเลิกรวม 7,565 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ยกเลิกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ บริการด้านธุรกิจอื่น ภัตตาคาร ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และขายส่งเครื่องจักรและเครื่องมือเครื่องใช้ ส่งผลให้ 9 เดือน มีธุรกิจยกเลิกแล้ว 5,689 ราย เพิ่มขึ้น 29% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทุนจดทะเบียนยกเลิกช่วง 9 เดือน มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท
นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า สถานการณ์จัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือนต่อไป เชื่อว่ามีแนวโน้มดีขึ้น จากปัจจัยเสถียรภาพการเมืองดีขึ้น และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการลงทุนธุรกิจ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม มีผลกระทบต่อการจัดตั้งธุรกิจใหม่เล็กน้อย ซึ่งได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหารือกับภาคเอกชน เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วมว่ามีผลกระทบในการดำเนินธุรกิจมากน้อยแค่ไหน ก่อนหามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมต่อไป
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการส่งเสริมการค้าระหว่างต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก ชี้แจงกับประเทศคู่ค้าว่าสถานการณ์น้ำท่วมในระยะสั้นจะไม่กระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปประเทศเหล่านั้น แต่หากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อยาวนาน อาจกระทบกับการส่งออกสินค้าไทยไตรมาสแรกปีหน้า ซึ่งในส่วนนี้ได้สั่งให้กรมส่งเสริมการส่งออกหารือกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อประเมินสถานการณ์ และหามาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกด้วย ล่าสุดได้มีการทำหนงสือไปยังหอการค้าไทยและสมาคมการค้าต่างๆว่าได้รับผลกระทบอย่างไร และต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านใดบ้าง เช่น ไม่สามารถขนส่งวัตถุดิบเข้าโรงงานมาผลิตสินค้าส่งออกลูกค้าต่างประเทศได้ รัฐบาลจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาวให้ต่อไป
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมเบื้องต้น พบว่า สินค้าเกษตรได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่ยังไม่มีผลกระทบในภาพรวมของการส่งออก นอกจากนี้ยังพบปัญหาผู้ประกอบการส่งสินค้าให้กับลูกค้าต่างประเทศล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาน้ำท่วมขนส่งไม่ได้ ซึ่งกรมได้เสนอให้ผู้ประกอบการชี้แจงให้ลูกค้าต่างประเทศเข้าใจ โดยกรมกำลังเรียกหอการค้าและภาคเอกชนหารือผลกระทบอย่างเป็นทางการต่อไป







