
แผนปั้นซีไอเอ็มบีไทยโตแบบก้าวกระโดด
การเข้ามารับตำแหน่ง ประธานกรรมการธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย ของ
“จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช” ถือเป็นก้าวใหม่ที่ได้ผันตัวเองมาทำงานในองค์กรภาคเอกชนเต็มตัวหลังจากคลุกวงในภาคราชการมาเกือบ 40 ปี ทั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะกรรมการในธนาคารของรัฐ ฯลฯ
การพลิกบทบาทก้าวมานั่งตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ลูกครึ่งไทยมาเลเซีย และเป็นจากผู้กำกับ (เรกูเลเตอร์) มาเป็นผู้ปฏิบัติ (โอเปอเรเตอร์) เป็นที่จับตามอง
ในวันเปิดตัว
“จักรมณฑ์” ประกาศภารกิจที่ท้าทายและมีความมั่นใจว่า ปีนี้ธนาคารจะมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านทีมงานมืออาชีพและเครือข่ายการเป็นธนาคารของภูมิภาคอาเซียน โดยเชื่อว่าซีไอเอ็มบี กรุ๊ป จะให้ ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นฐานในการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมแถบอินโดจีน“
ช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้สะสางปัญหาไปได้มากจนกลับมามีกำไร น่าจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จะแซงเมย์แบงก์ ได้ภายในปีนี้” จักรมณฑ์ กล่าวปัจจุบันเมย์แบงก์เป็นธนาคารพาณิชย์อันดับ 1 ของประเทศมาเลเซีย ตามด้วยซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่เกือบ 94% ในซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งมีเครือข่ายเป็นธนาคารในประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไทย รวมมีเครือข่ายกว่า 1,200 สาขา
“
ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ไม่ได้มองภาพธุรกิจแค่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มองภาพรวมทั้งภูมิภาคอาเซียน ไม่ใช่แค่การไปตั้งสาขาเพียง 12 แห่งในแต่ละประเทศเท่านั้น แต่จะไปสร้างเครือ ข่ายธนาคารในแต่ละประเทศ” จักรมณฑ์ ระบุถือว่าสอดคล้องกับประสบการณ์การทำงานของบิ๊กซีไอเอ็มบีคนนี้เมื่อ 20 ปีก่อนที่เป็นยุคบุกเบิกเรื่องการรวมกลุ่มอาเซียน ซึ่งซีไอเอ็มบีจะเป็นความร่วมมือด้านการเงินที่เข้ามารองรับความร่วมมือเรื่องการค้าการลงทุนของอาเซียนที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น
“...
ถ้าไปอินโดจีนได้จะทำให้มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วอาเซียน ดังนั้น ซีไอเอ็มบี ไทย จะมุ่งสู่การเป็นธนาคารของอาเซียน” จักรมณฑ์ ระบุสำหรับกลยุทธ์หลักปีนี้ คือ กระบวนการและรากฐานด้านการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาระบบไอที ช่องทาง และบริการ ใช้เครือข่ายกลุ่มซีไอเอ็มบีทั่วโลก
ภารกิจแรกในการบริหารงานในปีนี้จะเร่งสะสางปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ให้หมดไปเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธนาคารมากขึ้น โดยดำเนินการควบคู่กันไปทั้งการลดหนี้ที่มีอยู่ราว 9,000 ล้านบาท ลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)
พร้อมกับสร้างรายได้เพิ่มด้วยการขยายสินเชื่อ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การขายสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์สาทร (บบส.สาทร) ให้กับซีไอเอ็มบี กรุ๊ป
“
ปีนี้อยากเห็นกำไรให้ได้ระดับหนึ่ง แต่คงไม่มากมาย เพราะอยู่ในช่วงการปรับตัว จะปรับพื้นฐานให้เข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งต้องทำควบคู่กันไปทั้งลดหนี้และเพิ่มรายได้” จักรมณฑ์ กล่าว






