posttoday
เครือซีพีลงทุนอสังหาจีนเอง

เครือซีพีลงทุนอสังหาจีนเอง

05 ตุลาคม 2554

หลังรับบริหารโครงการ10ปีปีนี้ได้5โครงการ1แสนล้าน

หลังรับบริหารโครงการ10ปีปีนี้ได้5โครงการ1แสนล้าน

ดีแพลนส์เครือซีพี เล็ง 3-5 ปี ลุยอสังหาฯ ในจีนเอง หลังรับบริหารโครงการ 10 ปี ล่าสุดคว้า 5 โครงการยักษ์ 1 แสนล้าน

น.ส.วดี กฤปานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีแพลนส์ (เซี่ยงไฮ้) คอนซัลติ้ง กลุ่มบริษัทดีที ผู้บริหารงานก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบในประเทศจีน เครือซีพี เปิดเผยว่า หลังบริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจอสังหาฯ ในประเทศจีนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รับบริหารงานให้บริษัทต่างๆ รวมแล้วกว่า 200 โครงการ แผนใน 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะลงทุนทำธุรกิจอสังหาฯเองทั้งหมด

สำหรับโครงการอสังหาฯ ที่จะเข้าไปลงทุนเองนั้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 1,000 ล้านบาท แต่จากกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน มีข้อจำกัดในหลายด้าน เช่น ไม่สามารถนำเงินลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในจีนได้โดยตรง ประกอบกับรูปแบบการลงทุนรัฐบาลจีนไม่เน้นให้ลงทุนธุรกิจอสังหาฯ ที่เป็นโครงการที่อยู่อาศัยอย่างเดียว แต่จะเน้นให้การสนับสนุนที่เน้นโครงการมิกซ์ยูส หรือโครงการที่รวมศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารสำนักงาน เพราะเป็นโครงการระยะยาวให้ผลตอบแทนสูง

“การขออนุญาตดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีน ถือว่ามีความซับซ้อนมาก ทำให้เราต้องศึกษาทุกเรื่อง เพราะกฎหมายไม่เหมือนกับบ้านเรา อย่างบ้านเราถ้ามีที่ดิน1 แปลง อยากจะสร้างบ้าน 1 หลัง ทำแบบไหนก็ทำได้ แต่ในประเทศจีนทำไม่ได้ เพราะแบบบ้านต้องไปคุยกับภาครัฐก่อน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้กำหนดให้เราทำตาม” น.ส.วดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทได้เข้าไปบริหารโครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่ในประเทศจีนรวม 5 โครงการ มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท รวม 5 เมือง ได้แก่ เมืองปักกิ่ง โครงการแบบผสม (มิกซ์ยูส) ออฟฟิศ โรงแรม และศูนย์การค้า มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท เมืองกวางเจา ศูนย์การค้า มูลค่า 5,000 ล้านบาท เมืองลั่วหยาง โครงการมิกซ์ยูส มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท, เมืองจี้โม่ โครงการศูนย์การค้า มูลค่า 6,500 ล้านบาท และเมือง ฉือซี ศูนย์การค้า มูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่โครงการที่บริหารจะเป็นเครือซีพี 60-70% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มเอกชนรายอื่น

ขณะที่แผนธุรกิจในปี 2555 นั้น จะเข้าไปบริหารโครงการอสังหาฯ แห่งใหม่อีก 3-5 โครงการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินว่าตลาดอสังหาฯ ในประเทศจีนยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคตตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่บริษัทขยายธุรกิจในจีนอย่างต่อเนื่องคาดว่าสิ้นปีนี้รายได้จะเพิ่มขึ้นเท่าตัว 200 ล้านบาท และปี 2555 จะมี 400 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 100 ล้านบาท และในปี 55 คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่เกว่า 400 ล้านบาท เพราะมีโครงการใหม่ที่ได้รับบริหารงานอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้โอกาสที่เอกชนไทยจะเข้าไปขยายธุรกิจในจีนยังมีสูงอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการออกแบบงานโครงการต่างๆ เพราะจุดแข็งของไทยด้านการออกแบบที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก จึงเห็นว่า กลุ่มนักออกแบบของไทยสามารถขยายธุรกิจไปในประเทศจีนได้มากในอนาคต

 

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า