
กฟผ.อินเตอร์ถกคลังผ่อนกฎลงทุน
บริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ เล็งหารือคลังผ่อนกฎเหล็กร่วมทุนต่างชาติ ไม่ต้องผ่าน ครม.รองรับ ลุยธุรกิจพลังงานต่างแดน
บริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ เล็งหารือคลังผ่อนกฎเหล็กร่วมทุนต่างชาติ ไม่ต้องผ่าน ครม.รองรับ ลุยธุรกิจพลังงานต่างแดน
นายสมบูรณ์ อารยะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ว่า เตรียมหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาขอผ่อนผันเงื่อนไขการร่วมลงทุนโครงการกับต่างชาติในบางโครงการ โดยไม่ต้องนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้ ตามระเบียบเดิมในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนของ บริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต้องขออนุมัติจากที่ประชุม ครม.ทุกครั้ง เพื่อความโปร่งใส แต่หากต้องการดำเนินธุรกิจเหมือนภาคเอกชน ถ้ามีการเปิดเผยโครงการที่ต้องเข้าไปร่วมทุนให้สาธารณชนทราบก่อน จะเกิดความเสียเปรียบและทำให้คู่แข่งรู้ทิศทางการลงทุนได้
สำหรับแผนงานของ บริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ จะเน้นการหาแหล่งพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศไทย เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม อินเดีย โดยจะเข้าไปร่วมทุนกับโครงการในแต่ละประเทศ ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 30%
ประเทศเป้าหมายที่มองไว้ คือ เวียดนามและอินเดีย เนื่องจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จนกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงเป็นโอกาสดีของ บริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ ที่จะเข้าไปร่วมลงทุน โดยจะเป็นโรงไฟฟ้าประเภทก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ส่วนเงินที่จะใช้ในการลงทุนนั้นมาจากการเพิ่มทุน 1.7 หมื่นล้านบาท
โครงการลงทุนของบริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ โครงการโรงไฟฟ้าน้ำเงี๊ยบในลาว มีกำลังการผลิต 261 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุน 470 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีบริษัท คันไซ อิเล็กทริก พาวเวอร์ เป็นผู้ร่วมทุน และ บริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ มีสัดส่วนลงทุน 30% ซึ่งตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2553-2573 (พีดีพี 2010) กำหนดให้ไทยสามารถรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศได้ไม่เกิน 20% ของกำลังผลิตไฟฟ้ารวม
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเขื่อนฮัตจีในพม่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำมีกำลังการผลิต 1,400 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงโครงการเหมืองถ่านหินบนเกาะสุมาตราอินโดนีเซีย







