
ไอฟ็อกซ์ยอดรุ่งคนแห่ใช้แอร์การ์ด
ไอฟ็อกซ์ ปรับเป้ารายได้เพิ่ม 360 ล้านบาท หลังตลาดแอร์การ์ดสดใส ลั่นพร้อมเป็นพันธมิตรผู้ให้บริการทุกราย
ไอฟ็อกซ์ ปรับเป้ารายได้เพิ่ม 360 ล้านบาท หลังตลาดแอร์การ์ดสดใส ลั่นพร้อมเป็นพันธมิตรผู้ให้บริการทุกราย
นายอมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด ผู้ผลิตและจำหน่ายแอร์การ์ด ไอฟ็อกซ์ (iFox) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้ารายได้เพิ่มขึ้นเป็น 360 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าต้นปีไว้ที่ 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากตลาดแอร์การ์ดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นจากตัวเลขตลาดรวมในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 200% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาตลาดรวมอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ประกอบกับความต้องการใช้งานแอร์การ์ดที่เพิ่มขึ้น ต้องการอุปกรณ์เสริมที่เข้ามาช่วยให้สะดวกมากขึ้นด้วย
สำหรับภาพรวมตลาดแอร์การ์ดในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกระแสความนิยมการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์แอร์การ์ดยังเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานผ่านระบบ 3จี ที่ได้นำแอร์การ์ดของบริษัทไปใช้ประมาณ 5 หมื่นคน จากคนที่ใช้แอร์การ์ด 3จี ทั้งหมด 2 แสนคน
ขณะที่ปัจจุบันมีคนใช้โทรศัพท์ระบบ 3จี จำนวน 2 ล้านคน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบริษัทมองว่ายังมีคนที่ต้องการใช้งานผ่านแอร์การ์ดอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
ปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดไอฟ็อกซ์อยู่ที่ 15% เป็นอันดับ 2 ของตลาด โดยอันดับ 1 เป็นเอไอเอส ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 46% และอันดับ 3 ดีแทค มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 14% อย่างไรก็ตาม หากไม่นับรวมผู้ให้บริการเครือข่าย ไอฟ็อกซ์ถือเป็นแอร์การ์ดที่มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านระบบ 3จี ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในปัจจุบัน
นายอมรศักดิ์ กล่าวว่า แนวทางการทำตลาดของบริษัทพร้อมที่จะร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ทุกรายในการนำอุปกรณ์เข้าไปใช้ร่วมด้วย เพราะอุปกรณ์ของบริษัทจะมีจุดเด่นที่สามารถรองรับคลื่นความถี่ 800-2100 กิกะเฮิรตซ์ได้
ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายจะเน้นร้านค้าไอทีทั่วไป และร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขา และช่องทางจำหน่ายเดิมของสินค้าในเครือของบริษัท เพื่อต้องการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยระดับราคาสินค้าแอร์การ์ดอยู่ที่ 1,000-4,000 บาท สินค้าที่ขายดีอยู่ในราคา 1,500 บาท ส่วนงบการลงทุนแต่ละปี 50-60 ล้านบาท ใช้ทั้งการทำตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์







