
ค่ายอสังหาฯเฮโลบุกตลาดภูธร
ดิ้นหนีข้อจำกัดเมืองกรุงเพียบรับพฤติกรรมลูกค้าตจว.เปลี่ยน
ดิ้นหนีข้อจำกัดเมืองกรุงเพียบรับพฤติกรรมลูกค้าตจว.เปลี่ยน
บิ๊กอสังหาริมทรัพย์รุกหนักตลาดบ้านภูธร หวังดันยอดโตต่อเนื่อง ศุภาลัยตั้งเป้า 2-3 ปี ยอดขายต่างจังหวัดขยับเป็น 20%
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ศุภาลัย เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า ผู้ประกอบการรายใหญ่จะหันหาตลาดใหม่ในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เริ่มมีหลายค่ายทยอยเปิดตัวไปบ้างแล้ว และนับจากนี้จะเห็นชัดเจนมากขึ้น เพื่อดันยอดขายเติบโตต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันตลาดในกรุงเทพฯ เริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้นทั้งในแง่กฎหมาย ที่ดินที่มีศักยภาพลดน้อยลง ราคาสูงขึ้น และผู้เล่นรายใหญ่ที่ต่างมุ่งขยายไปทุกเซ็กเมนต์ ทำให้การแข่งขันในตลาดสูงขึ้นมาก
ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการเติบโตได้ต่อเนื่องทุกปี จึงจำเป็นต้องหันไปหาตลาดที่ยังมีโอกาสในการขยายตัว
ในส่วนศุภาลัยเอง ปีหน้าคาดว่าจะมีโครงการใหม่ในต่างจังหวัด 5-6 โครงการ ตามนโยบายที่จะขยายไปยังตลาดจังหวัดใหม่ๆ ต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ตลาดต่างจังหวัดจะสามารถสร้างรายได้อยู่ที่ 20% ของรายได้รวม จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 14% หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท
สำหรับแนวทางการลงทุนในต่างจังหวัดของศุภาลัยนับจากนี้ จะหันมาลงทุนเอง 100% ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ใช้วิธีร่วมทุนกับท้องถิ่น โดยปัจจุบันบริษัทเริ่มมีความเชี่ยวชาญในการเปิดตลาดใหม่ๆ ในต่างจังหวัดที่สามารถลงทุนได้ด้วยตัวเองแล้ว
นอกจากนี้ ทุกจังหวัดที่เข้าไปจะต้องเป็นจังหวัดที่มีความต้องการที่ยั่งยืน และบริษัทประเมินแล้วว่าสามารถทำตลาดในจังหวัดนั้นๆ ได้นานถึง 10 ปี จึงจะคุ้มกับการเข้าไปลงทุน โดยปัจจุบันกลุ่มศุภาลัยปัจจุบันได้เข้าไปทำตลาดที่ขอนแก่น ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงใหม่แล้ว
ในปีหน้าเตรียมเจาะอีก 2 จังหวัดใหม่ จังหวัดละ 1 โครงการ เริ่มต้นด้วยโครงการแนวราบก่อน เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการที่เข้าไปเปิดตลาดด้วยอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่นๆ และทำให้ทราบความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งหากไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านั้น ก็สามารถปรับตัวให้สอดรับกับทุกความต้องการของท้องถิ่นได้ทัน
ด้านภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด หากประเมินเฉพาะในพอร์ตที่ศุภาลัยดูแลอยู่นั้น พบว่าในปีที่ผ่านมามีการเติบโตมากถึง 10% ซึ่งเป็นผลจากการที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เน้นสร้างบ้านอยู่เอง เป็นมีความต้องการบ้านในโครงการจัดสรรเพิ่มขึ้น เพราะต้องการเพิ่มคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยให้กับตัวเอง
“ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ตลาดจัดสรรในต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ๆ ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมลูกค้าที่เริ่มใกล้เคียงพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ” นายไตรเตชะ กล่าว
นอกจากกลุ่มศุภาลัยแล้ว รายใหญ่อย่างแสนสิริ ซึ่งเดิมมีเพียงโครงการในกรุงเทพฯ และหัวหิน ก็เริ่มลงไปเปิดตลาดภูเก็ตแล้ว รวมไปถึงกลุ่มควอลิตี้ เฮ้าส์ ที่เดิมมีเพียงกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ปัจจุบันได้เข้าไปเปิดตลาดชะอำและระยอง
ความเคลื่อนไหวจากกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มพฤกษา ก็เร่งขยายไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศ ส่วนกลุ่มแอล.พี.เอ็น.ฯ และกลุ่มเอ็น.ซี. ก็เร่งเปิดตลาดพัทยา เช่นเดียวกับพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ที่ขยายตัวต่อเนื่องในตลาดเชียงใหม่ เป็นต้น







