
เมิน‘เอสโครว์เอเจนท์’เหตุค่าต๋งน้อยปล่อยกู้ยาก
“เอสโครว์ เอเจนท์” ส่อแววแป้ก เหตุผู้ประกอบการอสังหาฯ เมิน แบงก์พาณิชย์โอดได้ค่าต๋งน้อย เสี่ยงเสียลูกค้ารายใหญ่
“เอสโครว์ เอเจนท์” ส่อแววแป้ก เหตุผู้ประกอบการอสังหาฯ เมิน แบงก์พาณิชย์โอดได้ค่าต๋งน้อย เสี่ยงเสียลูกค้ารายใหญ่
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีบริษัทผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายที่ไม่สนใจใช้สิทธิจัดหาคนกลางเพื่อดูแลผลประโยชน์คู่สัญญาซื้อขายบ้านผ่านธนาคารพาณิชย์ (เอสโครว์ เอเจนท์) เนื่องจากต้องการนำเงินดาวน์ของลูกค้าไปใช้จ่ายหมุนเวียนระหว่างก่อสร้างโครงการ
นอกจากนี้ ธนาคารซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางยังได้รับค่าธรรมเนียมเพียงปีละ 0.3% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ ดังนั้น หากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ต้องการจูงใจให้สถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตเข้าร่วมมากขึ้น ในอนาคตอาจต้องพิจารณาปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมให้อยู่ในระดับที่เป็นธรรม
“ค่าธรรมเนียมปัจจุบันที่แบงก์ได้รับยังน้อยมาก หากคนซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท วางเงินดาวน์ที่ 10% ก็จะตก 1 แสนบาท ธนาคารจะได้รับค่าธรรมเนียมเพียง 300 บาทเท่านั้น ซึ่งในอนาคตอาจต้องมีการพิจารณาเรื่องค่าธรรมเนียมใหม่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่ถูกหรือไม่แพงเกินไป” นายชาติชาย กล่าว
สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ระหว่างธนาคารกสิกรไทยและ สศค. เพื่อเปิดให้บริการเอสโครว์ เอเจนท์ เป็นแห่งแรกนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบตลาดร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อหาจุดบกพร่องหรืออุปสรรค เพื่อให้ภาครัฐนำไปใช้ปรับปรุงแก้ไข โดยธนาคารมีแผนจะขยายความร่วมมือกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก 40 ราย
นอกจากนี้ จะใช้กลยุทธ์จูงใจลูกค้าที่ใช้บริการเอสโครว์และมีประวัติการผ่อนชำระเงินดาวน์ดี ด้วยการให้สิทธิพิเศษต่างๆ หากมี ความต้องการใช้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคาร เนื่องจากสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงของลูกค้าจากวินัยการชำระเงินได้
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารพร้อมที่จะเปิดให้บริการเอสโครว์ เอเจนท์ โดยเป็นหนึ่งในเก้าของผู้ได้รับใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ต้องการสูญเสียเงินดาวน์ ซึ่งคิดเป็นเงินทุนถึง 10-15% ของโครงการ ที่ต้องถูกนำมาฝากไว้กับธนาคาร ทำให้ต้องระดมทุนผ่านวิธีอื่นซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า เชื่อว่าการผลักดันให้เกิดบริการรับดูแลผลประโยชน์คู่สัญญาซื้อขายบ้านจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐได้พยายามเข้ามาคุยกับสถาบันการเงิน แต่ไม่มีใครสนใจเพราะธนาคารไม่สามารถปล่อยกู้สินเชื่อโครงการให้แก่โครงการที่มีสัญญาเอสโครว์ด้วยได้จึงอาจไม่คุ้ม







