
แบงก์ไทยเจอดีญี่ปุ่นให้กู้ตลบหลัง
เน้นกวาดลูกค้ารายใหญ่ฐานะดีคิดดอกเบี้ยถูกกว่าร่วม0.5-1%
เน้นกวาดลูกค้ารายใหญ่ฐานะดีคิดดอกเบี้ยถูกกว่าร่วม0.5-1%
ธนาคารพาณิชย์ไทยเจอดี แบงก์ญี่ปุ่นวิ่งสู้ฟัด หอบเงินปล่อยกู้ลูกค้าไทย อ่อยดอกเบี้ยต่างกันร่วม 0.5-1%
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารญี่ปุ่นได้นำสภาพคล่องที่มีอยู่จำนวนมากเข้ามาปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้ารายใหญ่ของไทย รวมถึงลูกค้าญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทย ทำให้ตลาดเกิดการแข่งขันมาก ธนาคารพาณิชย์ไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย
ทั้งนี้ สาเหตุที่ธนาคารญี่ปุ่นเข้ามาปล่อยสินเชื่อให้กับไทยมากขึ้น เพราะหลังจากเกิดปัญหาสึนามิ บริษัทญี่ปุ่นทั่วโลกต่างก็ส่งเงินกลับเพื่อฟื้นฟูประเทศ ทำให้เงินในญี่ปุ่นมีจำนวนมาก ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่า ขณะที่เงินเยนมีดอกเบี้ยต่ำ หากเก็บไว้ในประเทศก็ไม่สร้างผลตอบแทนมากนัก ทำให้สถาบันการเงินในญี่ปุ่นหันมาปล่อยเงินกู้ให้กับต่างประเทศ ซึ่งไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ญี่ปุ่นให้ความสนใจ โดยจะเลือกบริษัทที่มีศักยภาพและเป็นบริษัทขนาดใหญ่
นายปิติ กล่าวว่า เมื่อดอกเบี้ยของญี่ปุ่นต่ำกว่าไทย ทำให้ธนาคารญี่ปุ่นสามารถคิดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ถูกกว่าธนาคารพาณิชย์ของไทยประมาณ 0.5-1% ดังนั้นหากเป็นบริษัทขนาดใหญ่ก็จะลดต้นทุนในด้านดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้กับธนาคารได้มาก ลูกค้าก็หันไปใช้บริการกับธนาคารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น
“ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ของไทยกำลังปวดหัวมาก เพราะแบงก์ญี่ปุ่นต้นทุนเงินของเขาต่ำอยู่แล้ว ต่อให้แปลงจากเยนเป็นเงินบาทก็ยังถูกกว่า การกู้เงินแบบนี้จึงลดต้นทุนลูกค้ารายใหญ่ได้เยอะ ตอนนี้เงินเขาล้น วิธีลดเงินก็ต้องปล่อยเงินออกนอกบ้าน” นายปิติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคของธนาคารญี่ปุ่น คือ จะติดเพดานการปล่อยกู้ในแต่ละอุตสาหกรรม คล้ายกับกฎข้อห้ามของธนาคารแห่งประเทศไทย
นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้ารายใหญ่มีทางเลือกมากขึ้น จากเงินของญี่ปุ่นที่มีจำนวนมากแล้วเข้ามาปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทขนาดใหญ่ในไทย ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต่างหันไปให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีขนาดเล็กลงเพิ่มขึ้น เพราะหากเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความต้องการใช้เงินเหรียญสหรัฐ หรือเงินตราต่างประเทศ การกู้เงินจากธนาคารญี่ปุ่นจะถูก กว่ากู้กับธนาคารพาณิชย์ของไทย
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดกับลูกค้ารายใหญ่จะอยู่ที่ระดับ 1.75-2% แต่กรณีหากธนาคารญี่ปุ่นปล่อยกู้ให้บริษัทไทย ดอกเบี้ยก็อาจอยู่ที่ 0.7-1% เพราะต้นทุนดอกเบี้ยญี่ปุ่นต่ำกว่าไทย ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0-0.1%
ปัจจุบันการลงทุนทางตรงของญี่ปุ่นในไทยคิดเป็นสัดส่วน 22% ของการลงทุนต่างประเทศทั้งหมด มีทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็ก ทรอนิกส์ โลหะ และเคมีภัณฑ์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมาเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐนั้น ปรากฏว่าแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง 5.8% มาอยู่ที่ 76.67 เยนต่อเหรียญสหรัฐ จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 81.15 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่เงินบาทไทยอ่อนค่าลงรวมทั้งสิ้น 3.2% จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 30.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 31.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นการอ่อนค่าไปแล้วประมาณ 1 บาทเศษ







