
ญี่ปุ่นเพิ่มงบสู้สงครามค่าเงินใหม่
ญี่ปุ่นเพิ่มเพดานกองทุนแทรกแซงค่าเงิน พร้อมเคลื่อนไหวปกป้องค่าเงินเยนรอบใหม่ หลังทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง
ญี่ปุ่นเพิ่มเพดานกองทุนแทรกแซงค่าเงิน พร้อมเคลื่อนไหวปกป้องค่าเงินเยนรอบใหม่ หลังทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง
เอเอฟพีและรอยเตอร์สรายงานว่า จุน อาซึมิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ได้ประกาศเตรียมเพิ่มงบประมาณอีกเป็น 15 ล้านล้านเยน (ราว 5.87 ล้านล้านบาท) ในกองทุนเพื่อแทรกแซงค่าเงินเยน เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้นและพร้อมดำเนินการได้ทันที กรณีมีความจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง ท่ามกลางทิศทางเงินเยนที่จะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นการทุ่มงบสู้สงครามค่าเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของญี่ปุ่น พร้อมเตือนว่าจะดำเนินมาตรการต่อการเก็งกำไรปั่นค่าเงินเยน
อาซึมิ กล่าวว่า ทางกระทรวงยังมีมติให้ขยายอายุมาตรการให้นักค้าเงินตามสถาบันการเงินรายใหญ่ในประเทศต้องรายงานสถานะการซื้อขายค่าเงินแบบวันต่อวันถึงกระทรวงการคลัง เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงิน โดยจะต่ออายุมาตรการนี้ไปจนถึงเดือน ธ.ค. จากเดิมซึ่งจะหมดอายุลงในวันที่ 30 ก.ย.นี้
รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวด้วยว่า จะดำเนินการแก้ไขเพิ่มวงเงินให้รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มได้เพื่อเข้าแทรกแซงค่าเงิน ระหว่างการประชุมงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2011/2012 ในเดือนหน้า ซึ่งจะเปิดทางให้รัฐบาลสามารถกู้ยืมเพื่อแทรกแซงค่าเงินได้ถึง 165 ล้านล้านเยน จากเดิมที่กำหนดไว้สูงสุด 119 ล้านล้านเยน ทำให้รัฐบาลยังสามารถเพิ่มทุนได้อีก 46 ล้านล้านเยนในอนาคต
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังและธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนในตลาดครั้งใหญ่ที่สุดด้วยการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐถึง 4.51 ล้านล้านเยน เพื่อดึงค่าเงินเยนให้อ่อนลงมา หลังแข็งค่าขึ้นไปสูงสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการส่งออกของประเทศ และการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจหลังแผ่นดินไหว จากนั้นเงินเยนได้อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 76–77 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะดีดตัวกลับไปแข็งค่าขึ้นใหม่เมื่อเทียบกับเงินยูโร และอีกหลายสกุลเงินในเอเชีย
วันเดียวกัน ญี่ปุ่นได้เปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตในโรงงานประจำเดือน ส.ค. ซึ่งขยายตัวได้เพียง 0.8% หรือน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.5% แม้จะเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันแล้วก็ตาม ขณะที่ดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนเดียวกัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของขนาดเศรษฐกิจประเทศ ก็ลดลงถึง 4.1% จากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 2.9%







