posttoday
วิกฤตศก.พ่นพิษใส่ไทยแน่

วิกฤตศก.พ่นพิษใส่ไทยแน่

01 ตุลาคม 2554

ธปท.ระบุเห็นผลกระทบเดือนก.ย.เงินไหลออกแล้วแสนล้าน

ธปท.ระบุเห็นผลกระทบเดือนก.ย.เงินไหลออกแล้วแสนล้าน

ธปท.เผยวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐยุโรป จะมีผลต่อไทยในเดือน ก.ย.นี้ สั่งเกาะติดสถานการณ์ แม้ ส.ค.ปรับตัวดีขึ้น

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในช่วงนี้วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคการส่งออกของไทยไม่มากนัก แต่คาดว่าความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกจะมีมากขึ้นและเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจนขึ้นในเดือน ก.ย.ปีนี้ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

“เท่าที่ดูเบื้องต้นกระทบต่อส่งออกของเราไม่มากนัก เพราะส่งออกของไทยกระจายสินค้าไปในย่านเอเชียมากขึ้น พึ่งพายุโรปและสหรัฐน้อยลง แต่จะกระทบตลาดเงินและตลาดทุนมากกว่า” นายเมธี กล่าว

ผู้บริหาร ธปท. กล่าวว่า หากพิจารณาจากมูลค่าการส่งออกในเดือน ส.ค.ที่มีมูลค่า 2.09 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จะพบว่าไทยมีส่วนแบ่งการส่งออกไปตลาดอื่น นอกเหนือจากสหรัฐและยุโรปเพิ่มขึ้นค่อนข้างชัด เห็นได้จากสัดส่วนการส่งออกไทยไปสหรัฐในช่วงสิ้นปี 2553 อยู่ที่ 10.4% เทียบกับช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 9.5% ส่งออกไปยุโรป 27 ประเทศ ลดจาก 11.2% มาอยู่ที่ 10.8% ส่งออกไปเอเชีย 9 ประเทศ จาก 23.3% มาอยู่ที่ 23.1% เฉพาะจีนประเทศเดียวเพิ่มจาก 10.9% มาอยู่ที่ระดับ 11.6% สะท้อนการพึ่งพาตลาดหลักน้อยลง

นายเมธี กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรกลับมาขยายตัวดีขึ้น หลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 7% จากเดือนก่อน 0.7% โดยเฉพาะในหมวดยานยนต์ที่กลับมาฟื้นตัวมีการผลิตเพิ่มขึ้น หลังประสบปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนจากภัยพิบัติในญี่ปุ่น หมวดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขยายตัวมากขึ้นตามความต้องการของจีน การใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 64.7% จากเดือนก่อน 63.1% ภาคการเกษตรผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 3.5% จากเดือนก่อนที่ติดลบ 7.1%

ขณะที่อุปสงค์ในประเทศขยายตัวดีขึ้นเป็น 5.4% จาก 2.1% เป็นผลจากรายได้ภาคการเกษตรยังขยายตัว การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวถึง 8.3% จาก 6.5% ขณะที่นักธุรกิจก็มีความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นทั้งในเดือนนี้และอีก 3 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นทั้งดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อชะลอลง

ด้านทุนสำรองระหว่างประเทศในวันที่ 23 ก.ย. ลดฮวบ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.08 แสนล้านบาท เหลือแค่ 1.813 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานทุนสำรองระหว่างประเทศล่าสุด ณ วันที่ 23 ก.ย.ปีนี้อยู่ที่ระดับ 1.813 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.588 ล้านล้านบาท ลดลงถึง 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.085 แสนล้านบาท(หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 31บาทต่อเหรียญสหรัฐ) จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 1.848 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.609 ล้านล้านบาท ขณะที่ฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิอยู่ที่ระดับ 2.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เท่ากับสัปดาห์ก่อนหน้า

ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิ ซึ่งรวมทุนสำรองระหว่างประเทศและการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าอยู่ที่ระดับ 2.086 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงค่อนข้างมากน่าจะเป็นมาจากการตีราคาสินทรัพย์ที่เป็นเงินตราต่างประเทศโดยเฉพาะเงินยูโรเปลี่ยนเป็นเงินเหรียญสหรัฐมีมูลค่าลดลง เนื่องจากเงินยูโรอ่อนค่าต่อเนื่อง และขณะเดียวผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯก็เริ่มมีผลกระทบให้ดุลการค้าไทยเกินดุลลดลงบ้างแล้ว

สำหรับฐานของเงิน หรือเงินสดหมุนเวียนในมือภาคเอกชนและเงินฝากของสถาบันการเงินที่ธปท.อยู่ที่ระดับ 1.172 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 1.164 ล้านล้านบาท  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท