
โชห่วยร้องโดนห้างใหญ่เอาเปรียบ
โชห่วยร้องโดนห้างใหญ่เอาเปรียบ ผลิตสินค้าลดปริมาณ หรือเพิ่มของแถม เตรียมร้องกระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบการส่งเสริมการขาย
โชห่วยร้องโดนห้างใหญ่เอาเปรียบ ผลิตสินค้าลดปริมาณ หรือเพิ่มของแถม เตรียมร้องกระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบการส่งเสริมการขาย
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมได้รับเรื่องร้องเรียนจากร้านค้าแบบดั้งเดิม (โชห่วย) เรื่องความเดือดร้อนจากกรณีการบิดเบือนราคาสินค้า ที่ผู้ผลิตสินค้าผลิตสินค้า 2 มาตรฐาน เพื่อให้เกิดความแตกต่างในด้านราคาและกำไรที่สูงกว่า โดยผู้ผลิตจะผลิตสินค้าที่มีปริมาณบรรจุน้อยลง แต่ยังคงใส่ภาชนะขนาดเดิมและขายในราคาเท่าเดิมส่งให้กับห้างขนาดใหญ่ ขณะที่สินค้าชนิดเดียวกัน จากผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์) เดียวกัน เมื่อขายในร้านค้าทั่วไปก็มีปริมาณเต็มขนาด และขายตามราคาปกติ
ตัวอย่างเช่น สินค้าปริมาตรบรรจุ 250 ซี.ซี. ลดเหลือ 200 ซี.ซี. กาแฟซองเคยบรรจุแพคละ 30 ซอง เหลือ 27-28 ซอง รวมทั้งจะผลิตสินค้าขนาดพิเศษเพื่อขายคู่กับของแถม โดยคิดเป็นราคาเพียง 60% และอีก 40% เป็นมูลค่าของแถม แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมทางการค้า ที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ มีอำนาจต่อรองมากก็สั่งให้ผู้ผลิตทำตามที่ต้องการ เพื่อให้มีกำไรมากขึ้น แต่โชห่วย ที่ไม่มีอำนาจต่อรอง ต้องขายตามปกติ ส่วนผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าในห้างก็ถูกเอาเปรียบด้วย ดังนั้น ก่อนซื้อสินค้าต้องพิจารณาให้ดี อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้ ทางสมาคมจะรวบรวมชนิดสินค้าที่พบปัญหาบ่อย เบื้องต้น 10 รายการ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าใช้ประจำตัว เพื่อจะนำเสนอให้ทางกระทรวงพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบ เพราะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่อาจไม่ได้สังเกตเวลาที่ซื้อสินค้า เนื่องจากคุ้นเคยต่อขนาดภาชนะแต่ไม่ได้ดูปริมาตรบรรจุที่ลดลง และเป็นการบีบผู้ค้ารายย่อยให้ต้องปิดกิจการ เพราะมีต้นทุนการค้าที่แพงกว่า โดยต้องการให้กระทรวงพาณิชย์บังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าพ.ศ.2542 และแนวทางการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมสำหรับธุรกิจค้าปลีก (ไกด์ไลน์ค้าปลีก) อย่างจริงจังกว่าที่เป็นอยู่
ส่วนนโยบายการตรึงราคานั้น เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องทำ เพราะจะทำให้กลไกตลาดบิดเบือนรวมทั้งจะนำเสนอในเวทีสัมมนาเกี่ยวกับกฎหมายแข่งขันทางการค้า ที่จัดโดยมูลนิธิสถาบันวิจันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) วันที่ 6 ต.ค.นี้
“รัฐไม่ควรจะเข้าไปดูแลแต่เฉพาะเรื่องราคาสินค้าเท่านั้น แต่ต้องดูถึงแคมเปญส่งเสริมการขายว่ามีการบิดเบือนหรือเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่อย่างไร หรือควรปล่อยให้ราคาสินค้าเสรี และดูแลให้สอดคล้องกับต้นทุนแท้จริง สินค้าบ้างชนิดขึ้นราคาเมื่อ 2 ปีก่อน เพราะอ้างวัตถุดิบแพง แต่ตอนนี้วัตถุดิบถูกก็ยังขายเพดานเท่าเดิมแต่เพิ่มของแถม ซึ่งผู้บริโภคอาจไม่ต้องการของแถมแต่ต้องการให้ราคาลดลงมากกว่า” นายสมชาย กล่าว
สำหรับสถานการณ์การค้าขายในช่วงน้ำท่วม ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายลดลงแล้ว และบางพื้นที่ขาดแคลนสินค้า โดยสินค้าที่ขายดีในช่วงนี้ ได้แก่ ปลากระป๋อง น้ำดื่ม บะหมี่สำเร็จรูป เป็นต้น เนื่องจากเป้นสินค้าที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพ ส่วนสินค้าที่ได้รับผลกระทบด้านลบ คือ ขายสินค้าได้น้อยลง ได้แก่ เสื้อผ้าและของใช้เพื่อความงาม โดยหลังน้ำลดสินค้าอุปโภคบริโภคน่าจะทรงตัว แต่สินค้าเพื่อการซ่อมแซมที่พักอาศัยจะขายดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การค้าปลีกในปีน่าจะขยายตัวต่ำกว่า 10%







