
สื่อใหม่ช่วยสื่อเก่าอย่างไร รายงานจากกลุ่มเฝ้าระวังสื่อ
...นราทิพย์ กวางเส็ง
เรียบเรียงจากรอยเตอร์ส
กลุ่มเฝ้าระวังสื่อ หรือ Watchdog Group เปิดเผยว่า การเพิ่มขึ้นของนักข่าวออนไลน์และนักข่าวอิสระ ส่งผลให้ข่าวถูกลดความสำคัญและคุณค่าลง พร้อมๆ กับความกดดันที่เพิ่มมากขึ้น แต่สื่อใหม่จะช่วยเพิ่มการรับรู้ข่าวต่างๆ ที่ถูกปิดบังได้เพิ่มมากขึ้น
คณะกรรมการป้องกันนักข่าวแห่งนิวยอร์ก (The New Yorkbased Committee to Protect Journalists (CPJ)) เปิดเผยในการรายงานประจำปีในการประชุม ณ เมืองโตเกียว ว่า นักข่าวอิสระและนักข่าวท้องถิ่นที่ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงกับการโจมตีพวกเผด็จการ การกดดันจากทางรัฐบาลและกลุ่มทหาร เพราะไม่มีองค์กรสื่อสนับสนุน
บล็อก โซเชียลเน็ตเวิร์ก และสื่อรูปแบบใหม่ๆ จะช่วยต่อต้านการเซ็นเซอร์ หรือข่าวที่ถูกปกปิดเนื้อหาบางส่วนได้ แม้ว่าอาจจะมีประเทศที่ต้องยกเว้นไป นั่นคือ ประเทศจีน
CPJ รายงานต่อว่า การแจ้งเตือนทางอีเมล การใช้งานผ่านเฟซบุ๊ก และการโพสต์ในบล็อก จะช่วยเพิ่มการรับรู้และติดตามความเคลื่อนไหวของนักข่าวที่ได้รับการปล่อยตัวจากที่คุมขังหลังจากเหตุการณ์กระทำทารุณต่อสื่อในประเทศอิหร่าน ภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
ทางด้านการกดดันระดับนานาชาติได้ช่วยให้นักข่าวที่เป็นที่รู้จักอย่าง Maziar Bahari ผู้สื่อข่าวจาก Newsweek และนักข่าวอิสระ Roxana Saberi
โจเอล ซิมมอน ผู้อำนวยการบริหารแห่ง CPJ เปิดเผยว่า เมื่อใดก็ตามที่คุณบรรลุผลสำเร็จหรือได้รับการยอมรับในวงกว้างแล้ว เมื่อนั้นบล็อกของคุณจะได้รับการตอบรับและแพร่กระจายออกไปอย่างมากมายมหาศาล หรือคุณก็จะได้รับการรีทวิตจากชาวทวิตเตอร์ หรือไม่คนทั่วไปก็จะเข้ามาเป็นเพื่อนกับคุณ มาให้ข้อมูล ร้องทุกข์กับคุณ และนำข้อมูลของคุณส่งต่อไปเรื่อยๆ เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ก
หลังจากนั้นสิ่งที่คุณสื่อสารออกไปจะถูกสื่อหลักนำไปแพร่กระจายต่อ และคุณจะกลายเป็นผู้สร้างเครือข่ายผู้บริโภคในระยะยาว เมื่อนั้นคุณก็จะมีอิทธิพลต่อรัฐบาล แต่การโฆษณาอย่างอิสระต้องประสบกับอุปสรรคในประเทศจีน ประกอบกับการเซ็นเซอร์สื่อออนไลน์ที่เข้มงวด กับการลักลอบล้วงข้อมูลที่อยู่เบื้องหลัง
Madeline Earp เจ้าหน้าที่ CPJ เอเชีย โปรแกรม เปิดเผยว่า เทคโนโลยีการเซ็นเซอร์กำลังเติบโตขึ้น และกลายเป็นสิ่งที่ประเทศจีนมีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ ทำให้กลายเป็นเรื่องยากสำหรับประชาชนชาวจีนที่สนใจจะบอกกล่าวเรื่องราวที่ไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย แม้กระทั่งการติดต่อกับเรา การติดต่อกับหน่วยงานพันธมิตรของเราในต่างประเทศ หรือแม้แต่กับสื่อท้องถิ่นก็ตาม
กูเกิล อิงก์ ผู้นำตลาดการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดก็ถูกโจมตีเมื่อเดือนที่ผ่านมา จนถึงการปิดการดำเนินงานในจีน พร้อมทั้งจะถอดการลงทุนในประเทศจีนอีกด้วยตามที่เป็นข่าวอย่างครึกโครม
อย่างไรก็ตาม Madeline Earp กล่าวต่อว่า ชาวบล็อกเกอร์จีนต่างก็ไม่ยอมแพ้กับเรื่องดังกล่าว แต่กำลังทำงานหนักขึ้นเพื่อต่อกรกับการเซ็นเซอร์ที่ดำเนินงานโดยเจ้าหน้าที่จีนที่พยายามเดินหน้าทำลายเป้าหมายเพื่อหยุดไม่ให้มีการติดต่อสื่อสารหรือส่งข่าวถึงกันได้ แต่เจ้าหน้าที่แห่งรัฐที่ดำเนินการอย่างก้าวร้าวโดยมีประชาชนเป็นจำนวนมากที่พยายามต่อต้าน และมีความคิดเพียงความคิดเดียวว่า เราต้องการบอกความจริงให้โลกรู้ และวางแผนต่อไปแล้วว่าพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไปดี







