
ตามจีบซาอุฯ ขยายการค้า ดึงทุนเข้าไทย
โพสต์ทูเดย์
— ไทยหวังฟื้นความสัมพันธ์การค้ากับซาอุฯ “พาณิชย์” เตรียมบินเจรจานายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จะเดินทางไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและขยายการค้ากับประเทศซาอุดี
…อาระเบีย ในวันที่ 14 มี.ค. 2553 โดยจะไปพบกับรัฐมนตรีการค้า หอการค้า และกลุ่มธุรกิจเอกชนที่สำคัญ เพื่อร่วมมือขยายการส่งออกในสินค้าประเภทอาหาร ข้าว และอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งจะเชิญชวนนักลงทุนซาอุฯ มาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ด้วยทั้งนี้ การที่รัฐบาลไทยสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตได้ จึงมีการส่งคณะทำงานเข้าไปหาลู่ทางการค้าล่วงหน้าแล้ว การไปครั้งนี้จะเข้าไปช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า เพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยและบริษัทก่อสร้าง
ปีที่ผ่านมาไทยส่งสินค้าไปซาอุฯ 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.33% โดยมีสินค้าส่งออกหลักที่สำคัญ ประกอบด้วย รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ข้าว เหล็ก น้ำมันสำเร็จรูป และสินค้าประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วนการนำเข้าสินค้าจากซาอุฯ อยู่ที่ 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 45% ได้แก่ น้ำมันดิบ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ผลิตภัณฑ์เคมี น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น
นอกจากนี้ จะเชิญชวนนักลงทุนชาวซาอุฯ ให้เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมทางภาคใต้ด้วย เพราะเห็นว่าเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพ และไทยก็เปิดรับการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติอยู่
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ จะเดินทางไป จ.นราธิวาส เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกับมาเลเซียในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่ เปิดเส้นทางการขนส่งสินค้า และคาดว่าจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และเกิดการจ้างงานในพื้นที่ รวมทั้งจะช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบภายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หากเศรษฐกิจฟื้นตัวตลอดจนส่งเสริมให้มีการร่วมลงทุนระหว่าง 2 ประเทศตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลในพื้นที่ จ.ปัตตานี และนราธิวาสส่วนไทยก็จะไปร่วมลงทุนที่มาเลเซียด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อผลนึกจุดแข็งของทั้ง 2 ประเทศเข้าด้วยกัน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยไทยมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ขณะที่มาเลเซียได้รับการยอมรับในเรื่องสินค้าฮาลาลจากตลาดโลก







