
คาด3ปัจจัย ดันไอซีทีไทยแตะ6แสนล
.โพสต์ทูเดย์
— อุตฯ ไอซีทีไทยหวัง 3 ปัจจัยดันตลาดแตะ 6 แสนล้านบาทนายจำรัส สว่างสมุทร ที่ปรึกษาโครงการสำรวจตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ของประเทศไทย เปิดเผยว่า 3 ปัจจัยหลักที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมไอซีทีไทยเติบโตในปีนี้ คือ โครงการไทยเข้มแข็ง โครงข่ายเทคโนโลยี 3จี และระบบวินโดวส์7 ที่จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านไอซีทีโดยรวม ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชัน และบริการสื่อสารข้อมูลต่างๆ
รวมทั้งปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว อัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่เพิ่มขึ้น จะทำให้มูลค่าตลาดไอซีทีปีนี้เติบโตเป็น 5.9 แสนล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มูลค่า 5.5 แสนล้านบาท โดยเน็ตบุ๊กเติบโตสูงสุดคือ 62.5%
ทั้งนี้ คาดว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะมีมูลค่า 3.8 แสนล้านบาท ฮาร์ดแวร์ 8.8 หมื่นล้านบาท ซอฟต์แวร์ 6.7 หมื่นล้านบาท และบริการสื่อสารคอมพิวเตอร์และสื่อสารข้อมูล 5.7 หมื่นล้านบาทขณะที่อปุกรณ์ที่มีอัตราการเติบโตอย่างน่าสนใจ ในปีนี้ คือ เอกซ์เทอร์นัล ฮาร์ดิสก์ ที่จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 2,500 ล้านบาทในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มูลค่า 1,700 ล้านบาท เช่นเดียวกับกล้องดิจิตอล คาเมร่า ที่แม้จะเติบโตลดลงจากปี 2551 แต่ถือเป็นสินค้าคอนซูเมอร์ที่ผู้ใช้ต้องซื้อเหมือนกับโทรศัพท์มือถือ
สำหรับภาพรวมของอุตสาห กรรมไอซีทีปี 2552 ที่ผ่านมานั้นมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 6% จากปีก่อนหน้า โดยอุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด มีมูลค่า 3.61 แสนล้านบาทขณะที่อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์มีมูลค่า 8 หมื่นล้านบาท ซอฟต์แวร์ 6.4 หมื่นล้านบาท และ บริการสื่อสารข้อมูล 4.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 12%
ขณะที่ตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะนั้นจะเริ่มถูกแทนที่ด้วยโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กที่จะมีอัตราเพิ่มเป็น 56% โดยมีแรงกระตุ้นจากความง่ายในการใช้งาน แต่ จะทำให้ ประเทศไทยต้องสั่งซื้อเทคโนโลยิจากต่างประเทศมากขึ้น เพราะอุปกรณ์และชิ้นส่วนภายในโน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊กนั้น ไม่สามารถผลิตเองได้ในประเทศ







