
ล่าภาษีสุราเบียร์กรณ์ดันสรรพสามิตรื้ออีกรอบ ตั้งเป้ารีดเพิ่มเหล้าขาวดีกรีสูง
โพสต์ทูเดย์
— คลังบี้สรรพสามิตปรับโครงสร้างภาษีสุราอีกรอบ ยกเหตุเปิดเสรีอาเซียน ต้องปกป้องเหล้าในประเทศนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสุราและเบียร์ หลังจากที่มีการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ได้จัดเก็บภาษีนำเข้าเหลือ 0% จึงต้องมีมาตรการเสริมไม่ให้ผู้ประกอบการในประเทศเสียเปรียบผู้ประกอบการต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า
รมว.คลัง กล่าวว่า อธิบดีกรมสรรพสามิตเข้าใจเชิงลึกถึงปัญหาทั้งหมด และอยู่ระหว่างพิจารณาโครงสร้างที่เหมาะสม โดยมีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์จากต่างประเทศมาช่วยดูเพื่อให้เกิดความสมดุลในการจัดเก็บ ว่าจะเก็บภาษีจากปริมาณแอลกอฮอล์หรือจากต้นทุนอย่างไร ถือว่ายังอยู่ในช่วงหาความสมดุล
นอกจากนี้ ยังได้ให้นโยบายกรมสรรพสามิตไปดูการจัดเก็บภาษีเหล้าขาวที่ผลิตในประเทศ โดยให้ไปดูใน 2 ประเด็น คือ 1.ด้านคุณภาพ ซึ่งยอมรับว่าเหล้าขาวมีปริมาณแอลกอฮอล์สูง เป็นพิษภัยต่อผู้บริโภค แต่การควบคุมก็จะต้องไม่มีการตัดตอนผู้ประกอบการรายย่อย และ 2.เร่งดึงเหล้าขาวนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษีของกรม
ปัจจุบันกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีสุราในอัตรา 48% เบียร์เก็บภาษีตามมูลค่า 60% หรืออัตราดีกรีละ 1 บาท แล้วแต่อัตราใดสูงกว่า
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันภาษีเหล้าขาวเมื่อเทียบกับภาษีสุราอื่นๆ ทั่วไป ถือว่าจัดเก็บภาษีในอัตราต่ำกว่ามาก เป็นประเด็นที่ทางกรมสรรพสามิตต้องนำไปพิจารณา โดยหลักคิดคือ หากปริมาณแอลกอฮอล์สูง ก็น่าจะส่งผลต่ออัตราภาษีที่สูงขึ้นด้วย จึงต้องหาทางสมดุล เพราะภาษีสรรพสามิตเป็นการจัดเก็บภาษีบาป โดยภาษีบาปของเหล้าก็วัดจากปริมาณแอลกอฮอล์
“
ต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการให้เกิด ความสมดุลด้วย” นายกรณ์ กล่าวนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ได้มีการหารือถึงภาษีเหล้าขาว เพราะว่าแนวโน้มของประเทศที่พัฒนาแล้วมีการสนับสนุนให้ประชาชนดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีปริมาณต่ำ ทำให้ในส่วนของไทยต้องมาดูภาษีเหล้าขาวว่า ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงว่าจะปรับโครงสร้างภาษีได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ ก็ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบด้วย โดยขณะนี้ยังไม่มี นโยบายขึ้นภาษีสุราและเบียร์ เพราะการเก็บภาษีของกรมโดยรวมยังเกินเป้าอยู่ถึง 67 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ในส่วนผลกระทบจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน จากการติดตามพบว่ากระทบการจัดเก็บรายได้ของกรมน้อยมาก ประมาณ 100 ล้านบาท แต่ทางกรมก็ต้องติดตามดูไม่ให้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ในส่วนของการนำเข้าสุราขณะนี้มีสัดส่วน 10% เป็นสัดส่วนที่น้อยยังไม่กระทบกับผู้ประกอบการภายในประเทศ







