
เล็งดึงดีเอสไอคุมทุจริตรับจำนำข้าว
กิตติรัตน์ ยันเดินหน้าทุกนโยบายที่หาเสียง เตรียมดึงดีเอสไอป้องปรามคอร์รัปชั่นรับจำนำข้าว
กิตติรัตน์ ยันเดินหน้าทุกนโยบายที่หาเสียง เตรียมดึงดีเอสไอป้องปรามคอร์รัปชั่นรับจำนำข้าว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวระหว่างการเสวนาเรื่องเดินหน้านโยบายปากท้อง จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า ทุกนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อสภา 44 หน้ากระดาษ ยืนยันว่าจะเดินหน้าทำทุกนโยบายที่หาเสียงไว้ ขณะนี้กำลังเดินหน้าชี้แจงนโยบายให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ทั้งประชาชน ภาคเอกชน
“หนักใจต่อการชี้แจงนโยบาย เพราะหากเป็นคนละกลุ่มคนละข้างพูดยังไงก็ยังคัดค้าน แต่หากเป็นกลุ่มเดียวกัน แม้นโยบายไม่ดีก็สนับสนุน ซึ่งไม่ชอบระบอบประชาธิปไตยของไทยแบบนี้” นายกิตติรัตน์กล่าว
นายกิตติรัตน์ยืนยันว่า รัฐบาลจะอุดรูรั่วไหลทุกด้านที่เคยมีข้อครหาโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา หลังจากจะเริ่มรับจำนำ ในวันที่ 7 ต.ค. โดยรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าในราคา 15,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิ 20,000 บาทต่อตัน และสิ่งที่จะต้องช่วยกันผลักดันต่อไป คือ การพัฒนาคุณภาพข้าว การปลูกตามความต้องการของตลาดในพื้นที่เหมาะสม ไม่ใช่แห่กันปลูกจำนวนมาก ส่วนการทุจริต นายกรัฐมนตรีได้ดึงส่วนราชการต่าง ๆ ทั้งผู้ว่าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาร่วมการตรวจสอบ การทำประชาคม สำหรับการลงทะเบียนการปลูกข้าว โดยการจำนำในครั้งนี้ต้องเป็นข้าวในพื้นที่เพาะปลูกจริง เพราะจะมีการห้ามขนข้าวข้ามเขต
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลรับจำนำแล้ว ราคาตลาดโลกจะสูงขึ้น การดูแลข้าวในประเทศคงไม่มีปัญหา โดยระบบนี้จะเป็นระบบที่เกษตรกรได้รายได้เพิ่ม และดีกว่าการประกันรายได้ ซึ่งจะเป็นการจ่ายขาดออกไป แต่ระบบการรับจำนำจะเป็นการหมุนเวียนได้เงินกลับคืนมา ส่วนที่มีความกังวลว่าจะส่งผลให้ข้าวที่ชาวบ้านบริโภคมีราคาเพิ่มขึ้นอีก 40 สตางค์ต่อจานนั้น ทางรัฐบาลจะมีแนวทางในการดูแลและจากรายได้เพิ่มในโครงการต่าง ๆ ซึ่งก็จะทำให้ประชาชนมีความสามารถในการรับภาระดังกล่าวได้







