posttoday
ควบ เมอร์เซเดสฯ อี 300 อาวองการ์ด ความหรู แรง แฝงด้วยความสบาย

ควบ เมอร์เซเดสฯ อี 300 อาวองการ์ด ความหรู แรง แฝงด้วยความสบาย

17 กุมภาพันธ์ 2553

อี-300 AVANTGARDE โฉบเฉี่ยวมากขึ้น ถึงขนาดที่ต้องเหลียวหลังมองก็ว่าได้ ทั้งไฟหน้า-ไฟหลัง บั้นท้าย ดูเพรียวลม วัยรุ่นขึ้นอีกเป็นกอง

อี-300 AVANTGARDE โฉบเฉี่ยวมากขึ้น ถึงขนาดที่ต้องเหลียวหลังมองก็ว่าได้ ทั้งไฟหน้า-ไฟหลัง บั้นท้าย ดูเพรียวลม วัยรุ่นขึ้นอีกเป็นกอง

โดย...นิธิ ท้วมประถม

ระอุแน่ๆ ครับ ระอุแน่ๆ ไม่ใช่อุณหภูมิของบ้านเรานะครับ เพราะร้อนตับแตกอยู่แล้ว แต่เป็นอุณหภูมิการแข่งขันในตลาดรถยนต์ระดับหรู ที่จะต้องเข้มข้น และร้อนแรงขึ้นอย่างแน่นอน

เมื่อเมอร์เซเดส เบนซ์ ส่งรถในตระกูล อี-คลาส โฉมใหม่ ลงมาสูตลาดลูกค้าไฮโซ ให้ได้ควักกระเป๋าสตางค์กันอีกครั้ง และที่สำคัญยังทำให้คู่แข่งคนสำคัญอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู ต้องอึดอัด อย่างแรง เพราะงานนี้เป็นรองเห็นๆ ทั้งจากหน้าตาของอี-คลาส โฉมใหม่ ที่ผมได้ลองขับคือรุ่น อี-300 AVANTGARDE (W 212) ที่โฉบเฉี่ยวมากขึ้น ถึงขนาดที่ต้องเหลียวหลังมองก็ว่าได้ ทั้งไฟหน้า-ไฟหลัง บั้นท้าย ดูเพรียวลม วัยรุ่นขึ้นอีกเป็นกอง ไม่เหมือน อี-คลาส รุ่นก่อนๆ ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ แบบเรียบสุขุม แต่มา อี-คลาส โฉมใหม่นี้ ได้กลายเป็นผู้ใหญ่ใจวัยรุ่นไปเสียแล้ว

ควบ เมอร์เซเดสฯ อี 300 อาวองการ์ด ความหรู แรง แฝงด้วยความสบาย ภายนอกหรูหราแฝงความเป็นสปอร์ต

อี-300 AVANTGARDE รุ่นที่ผมได้ลองขับนั้น เป็นรุ่นที่ประกอบในประเทศ (ซีเคดี) ไม่ใช่รุ่นนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน (ซีบียู)อย่างรุ่น E500  AVANTGARDE ซึ่ง อี-300 AVANTGARDE นั้นเมอร์เซเดส เบนซ์ ประเทศไทย ตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นรถธงของ เมอร์เ.ซเดส เบนซ์ เมืองไทยปีนี้

เมื่อหมายมั่นปั้นมือขนาดนั้น เมอร์เซเดส เบนซ์ ประเทศไทย ก็ต้องโชว์ “ของดี” ใน อี-300 AVANTGARDE นี้ให้ได้เห็นกันอย่างเต็มที่ ว่าของเขาดีอย่างไร ถึงกล้าประกาศว่าจะเป็นเบอร์ 1 ตลาดรถยนต์ระดับหรูของเมืองไทย ด้วยการจัดเส้นทางการทดลองขับ กทม. ยัน ภูเก็ต เพื่อให้ได้ขับกันอย่างเต็มที่ จะได้รู้ไปเลยว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร

ในเรื่องของรูปร่างหน้าตาก็อย่างที่บอกไปในช่วงต้นครับว่า ดูโฉบเฉี่ยวสะดุดตาไม่น้อยเลย ดูเปรียว และเพรียวขึ้น จากรุ่นเดิมไม่น้อยเรียกว่าดึงอายุของ อี-คลาส ให้ดูหนุ่มขึ้นเป็นกอง แถมยังดึงอายุคนขับให้ดูหนุ่มขึ้นมาอีกไม่น้อยทีเดียว น่าจะทำให้ อี-300 AVANTGARDE คันนี้ เป็นที่หมายปองของบรรดา เสี่ยกระเป๋าหนัก ได้อีกโขทีเดียว

เดินดูรอบรถแล้ว บอกได้อีกอย่างว่า ดูโอ่โถง อลังการ ไม่น้อยทีเดียว เรียกว่าหากขับไปแถวไหนต้องกลายเป็นเป้าสายตาของเพื่อนร่วมถนนหนทางแน่นอน เมื่อก้าวขึ้นมาภายในห้องโดยสาร สิ่งแรกที่รู้สึกคือ ความโอ่โถง และความหรูหรา ที่อยู่คู่กันได้อย่างลงตัว ต้องบอกว่า กว้างขวางมากกกก ครับ ระยะห่างระหว่างเบาะคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า นั้นแทบจะเรียกว่าห่างกันเลยล่ะ แบบนี้ไม่เหมาะกับพวก “ข้าวใหม่ปลามัน” นั่งต้องไหล่ชิด มือต้องจับกันตลอด ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เพราะได้ห่างเหินแน่

ส่วนเบาะที่นั่งโดยสารตอนหลังนั้น ก็สะดวกสบายครับ เหมือนกับนั่งบนโซฟาที่บ้าน แถมยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหลังอีกด้วย ยิ่งทำให้น่านั่งเข้าไปใหญ่

ควบ เมอร์เซเดสฯ อี 300 อาวองการ์ด ความหรู แรง แฝงด้วยความสบาย เครื่องนี้มีม้า219ตัว

สิ่งอำนวยความสะดวกที่บอกว่ามีให้เพียบนั้น ต้องใช้เวลาศึกษาอยู่บ้างครับ ถึงจะสนุกกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเนวิเกเตอร์ ระบบดีวีดี ระบบซีดี-วิทยุ ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แต่ก็ต้องศึกษาครับ อย่างแค่ซีดี นั้นกว่าผมจะใส่แผ่น MP3 เข้าไปได้ก็ต้องงมโข่ง อยู่นานเหมือนกัน กว่าเครื่องจะโหลดแผ่นลงไปให้ แต่ก็คุ้มครับ เพราะเครื่องเสียงอยู่ในระดับเทพ พวกหูทอง ทั้งหลายน่าจะพอใจ ส่วนผมประเภท หูฉิ่งฉับ อะไรก็เพราะครับ

เส้นทางสายใต้ที่ใช้ทดลองขับนั้น ทำให้ผมสามารถรู้ถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ของ อี-300 AVANTGARDE ได้เป็นอย่างดี ว่าเครื่องยนต์ขนาด V6 ปริมาตรกระบอกสูบ 2,996 ซีซี พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ให้แรงม้าสูงสุดที่ 219 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุดที่ 300 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 2,500-5,000 รอบต่อนาที นั้นมีดี มีเด่น และมีด้อย อย่างไร

เส้นทางตรงๆ ยาวๆ และมีคดโค้ง ตามสันเขาในช่วงตั้งแต่ ภูเก็ต-กระบี่ มาจนถึง สุราษฎร์ธานี ทะลุตรงเรื่อยมาผ่านชุมพร-ประจวบฯ มาจนถึงกทม. นั้นเหลือเฟือ ครับที่จะทำให้รู้ว่าอัตราเร่งของ อี-300 AVANTGARDE นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีระดับหนึ่ง แต่...ครับ มีแต่...แต่ต้องรอรอบสักประมาณ 1-2 วินาทีเหมือนกัน ในช่วงคิ๊กดาวน์ เพื่อเร่งแซง

ตามสเป๊กระบุว่า อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อยู่ที่ 7.4 วินาที ซึ่งผมไม่ลองหรอกครับว่าจริงหรือเปล่า เพราะในการใช้งานจริง คงไม่มีใครบ้า กดคันเร่งเพื่อออกตัวจาก 0-100 กม./ชม.รวดเดียวอย่างนั้น ถ้าไม่ต้องรีบหนีคนที่บ้านที่จับได้ว่าแอบหนีออกมาเที่ยวแล้วละก็ ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องรู้เลยครับ

เอาเป็นว่าการใช้งานจริง เมื่อต้องออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง ก็เหลือเฟือครับ กดคันเร่งหนักนิดเจ้า อี-300 ตัวนี้ ก็พุ่งออกไปเร็วกว่าเพื่อนๆ ร่วมทางคันอื่นแบบไม่เห็นฝุ่นแล้วครับ ไม่ต้องเหยียบจนคันเร่งติดกับพื้นรถก็ได้

ควบ เมอร์เซเดสฯ อี 300 อาวองการ์ด ความหรู แรง แฝงด้วยความสบาย มาตรวัดเท่ห์ๆ

อัตราเร่งหายห่วงไม่ว่าจะเป็นความเร็วทั้งช่วงต้น ช่วงกลาง หรือช่วงปลาย เราสามารถเรียกอัตราเร่งมาได้ตลอดครับ แม้ว่าจะขับที่ความเร็วในระดับ 160 กม./ชม. แล้วยังต้องการเร่งแซง ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องเร่งแซงแมวที่ไหนอีกในความเร็วขนาดนั้น แต่หากต้องการก็ไม่มีปัญหาครับ เร่งไปเลยยยยย ยาวไป ยาวไป

ม้าที่มีอยู่ 219 ตัวเป็นม้าที่แข็งแรง และขยันขันแข็ง ไม่มีอู้ครับ เขี่ยคันเร่งหน่อย ก็วิ่งกันหูดับตับไหม้แล้ว

แต่ใช่ว่ามีฝูงม้าอยู่มากขนาดนี้แล้วจะดีนะครับ เพราะต้องมาดูเรื่องของช่วงล่างด้วยว่าจะรับได้แค่ไหนกับม้าที่มากขนาดนี้ ถ้าเป็นรุ่นนำเข้าทั้งคัน (ซีบียู) ผมไม่กังวลอยู่แล้วครับ เพราะถนนที่เยอรมันทำมาสำหรับให้รถวิ่งด้วยความสูงมาก ระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั้นเรื่องเด็กๆ สำหรับ ออโต บาห์น เรียกว่าเป็นสวรรค์ของขาซิ่งระดับโลกเลยครับ

รถใครที่ว่าดี รถใครที่ว่าแรง มาขับได้ที่นี่ได้เลย แล้วจะได้รู้ว่าความเร็วสูงสุดของรถคันนั้นทำได้เท่าไหร่ หรือว่าตัวเองขับได้เร็วที่สุดเท่าไหร่

กลับมาเมืองไทยดีกว่าครับ ฝันไปไกลเหลือเกิน กลับมาหาความจริงหน่อย

ควบ เมอร์เซเดสฯ อี 300 อาวองการ์ด ความหรู แรง แฝงด้วยความสบาย โซฟาเคลื่อนที่

ความเร็วที่ใช้ในการขับนั้นอยู่ในระดับ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ เป็นความเร็วที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดแน่นอน แต่ทำอย่างไรได้ครับ ในเมื่อเครื่องใหญ่ขนาดนี้แถมระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ ถ้าขับตามกม.ละก็ มืดๆ ก็ยังไม่ถึง

ความเร็วในระดับไม่เกิน 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นไม่มีปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใด ช่วงล่างยังทำงานได้เป็นอย่างดี ไว้ใจได้เลยครับ พวงมาลัยบอกได้เลยว่า แม่นยำมาก แม่นกว่าอี-คลาส รุ่นเก่าพอสมควรเลยครับ เข้าโค้งได้สนุกใช้ได้เลย ในช่วงถนนที่วกวน โค้งไปโค้งมา

พวงมาลัยแม่นยำ ไม่ว่าจะเข้าโค้ง หรือมุดไปมุดมา ในช่วงที่การจราจรเริ่มหนาแน่น ก็ไม่มีปัญหา น้ำหนักของพวงมาลัย ก็อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการใช้งาน คือเมื่อความเร็วต่ำ พวงมาลัยค่อนข้างเบา แต่เมื่อความเร็วสูง น้ำหนักพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นให้หน่วงหน่อย เพื่อที่ผู้ขับจะได้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น

ที่สำคัญน้ำหนักพวงมาลัยที่ปรับเพิ่มและลดตามความเร็วของรถนั้น ทำให้ อี-300 AVANTGARDE นั้นคล่องตัวอย่างมากเมื่อใช้งานในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าตรอกซอกซอย ทั้งหลาย ไม่รู้สึกว่าอี-คลาส คันนี้ เทอะทะ เหมือนกับขนาดที่ใหญ่โตแต่อย่างใด
เครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่ค่อยอยากจะรู้ตัวเท่าไหร่ มองมาตรวัดความเร็วอีกที ความเร็วก็มาแตะที่ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเสียแล้ว

แต่ขอกดคันเร่งอีกนิด ความเร็วเพิ่มขึ้นทันที ไม่มีปัญหาในเรื่องของอัตราเร่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวงมาลัยเริ่มเบาครับ และส่ายนิดๆ ไม่นิ่งเหมือนที่ช่วงความเร็วที่น้อยกว่านี้ และเมื่อเพี่มความเร็วมากขึ้นอาการของพวงมาลัยที่เบา และส่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่ได้เบา หรือส่ายจนน่ากลัวนะครับ ยังควบคุมได้ แต่ไม่นิ่งเหมือนช่วงความเร็วที่ต่ำกว่านี้

ควบ เมอร์เซเดสฯ อี 300 อาวองการ์ด ความหรู แรง แฝงด้วยความสบาย บั้นท้ายเนียนๆ

ในส่วนของอัตราสิ้นเปลือง หากเท้าติดกระดูก หรือตีนผีอย่างผม อัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 8-9 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ถือว่าน่าพอใจมากครับ เพราะหากขับที่ความเร็วประมาณ 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบบเรื่อยๆ นิ่งๆ อัตราการสิ้นเปลืองน่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 10-12 กิโลเมตรต่อลิตร

หันมาที่ช่วงล่างหน่อยดีกว่า ช่วงล่างของ อี-300 AVANTGARDE เป็นช่วงล่างที่นุ่มนวล นุ่มนิ่ม เหลือเกิน เหมาะสำหรับลูกค้าของเมอร์เซเดส เบนซ์ ที่ชอบนั่งรถสบายๆ ผ่อนคลายไปเรื่อยๆ แต่ไม่เหมาะกับผม ที่ชอบรถที่ช่วงล่างกระด้างหน่อยๆ เพราะนั่นหมายถึงความสนุกในการขับครับที่จะเพิ่มมากขึ้น

นอกจากความสบายในการนั่งแล้ว สิ่งที่เมอร์เซเดส เบนซ์ ประเทศไทย เพื่มให้กับ อี-300 AVANTGARDE นั่นก็คืออุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ผมต้องปรบมือให้เลยครับ เพราะ “อัด” ใส่เข้ามาเพียบเลย

ไม่วาจะเป็น ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE System) ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง พร้อมเซ็นเตอร์วัดแรงปะทะ และการคาดเข็วขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับผู้โดยสาร 4 ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ป้องกันศีรษะสำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง ระบบตัดการทำงานถุงลมนิรภัยอัตโนมัติสำหรับผู้โดยสารด่รหร้า โปรแกรมการควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS-Active Light System)

ระบบความปลอดภัยที่มีมาให้นี้ ผมถือว่าเยี่ยมยอดครับ เพราะรถที่ดีจะต้องมีระบบป้องกันอุบัติเหตุที่ดีพร้อมครับ เพราะเครื่องยนต์ขนาด 219 แรงม้านั้น มีสิทธิที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา หากประมาท ระบบESP และ ASR รวมทั้งระบบป้องกันการเกิดเหตุต่างๆ จะเข้ามาช่วยท่านทันที

แม้ว่าผมเอง จะมีประสบการณ์ด้านการขับรถมานาน และเชื่อว่าตัวเองมีฝีมือในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ปฏิเสธระบบป้องกันการเกิดเหตุเหล่านี้ และอยากให้รถยนต์ทุกคันมีระบบพวกนี้ เพื่อไม่ให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับใครๆ

หากต้องการรถดีๆ สบายๆ สักคัน ที่สามารถบ่งบอกความสำเร็จในชีวิตของคุณได้ เดินไปที่โชว์รูม เอาเงินวางไว้ 5 ล้านบาท

แล้วขับ อี-300 AVANTGARDE กลับออกมาพร้อมเงินทอน 1.000 บาท !!  

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท