posttoday
คุณเข้าใจความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้แล้วหรือยัง

คุณเข้าใจความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้แล้วหรือยัง

07 กันยายน 2554

กองทุนส่วนใหญ่ในบ้านเราร้อยละ 60 เป็นกองทุนตราสารหนี้

กองทุนส่วนใหญ่ในบ้านเราร้อยละ 60 เป็นกองทุนตราสารหนี้

โดย..สมาคมบริษัทจัดการลงทุน 

ซึ่งถือเป็นทางเลือกในการลงทุนหนึ่งนอกเหนือจากการฝากเงิน ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก แต่นั่นล่ะครับ การลงทุนก็ไม่ใช่การฝากเงิน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง...แล้วที่คุณลงทุนกันนี้เข้าใจความเสี่ยงของมันแล้วหรือยัง?

เพื่อให้ผู้ลงทุนได้เข้าใจว่าผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ มีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนต้องแลกมา ก็ขอเล่าสู่กันฟังครับว่าความเสี่ยงหลักๆ นั้นมีอะไรบ้าง

1) กองทุนตราสารหนี้ แน่นอนว่านโยบายการลงทุนหลักต้องลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งแสดงว่ากองทุนมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงหนึ่งที่หนีได้ยากคือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารอาจไม่สามารถคืนเงินแก่กองทุน หรือคืนเงินไม่ครบ หรือได้รับเงินล่าช้า ซึ่งก็จะกระทบต่อผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน ความเสี่ยงนี้เรียกเป็นทางการว่า “ความเสี่ยงด้านเครดิต”

ความเสี่ยงด้านเครดิตเป็นความเสี่ยงที่สำคัญของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ ดังนั้นผู้ลงทุนก็ควรทราบว่ากองทุนที่เราลงทุนไปลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทใด ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเรากำลังมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทนั้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนในประเทศที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำที่สุดก็คือ การลงทุนในตราสารหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

2) กองทุนตราสารหนี้ แน่นอนอีกเช่นกันว่าผลตอบแทนขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่สำคัญคือ ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดหากปรับเพิ่มขึ้น (ลดลง) ทำให้มูลค่าของตราสารที่กองทุนลงทุนไปปรับลดลง (เพิ่มขึ้น) ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเรามีเงินสัก 1 หมื่นบาท ไปซื้อพันธบัตรในเดือนนี้ ได้ดอกเบี้ย 4.5% ต่อมาพันธบัตรล็อตใหม่ในเดือนหน้าได้ดอกเบี้ย 5% ถ้าเราจะขายพันธบัตรออกไป เราก็คงต้องขายโดยปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หรือก็คือการลดราคา (จาก 1 หมื่นบาท เป็น 9,700 บาท) ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีคนมาซื้อพันธบัตรที่เราขาย

เช่นกันกับกองทุนตราสารหนี้ หากในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมากๆ อาจทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ หรือ NAV ปรับลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ลงทุนในกองทุนที่เสนอขายเป็นช่วงๆ หรือกองทุนปิด แม้ NAV จะลดลง แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนระหว่างทางได้ ต้องอยู่ด้วยกันทุกรายจนกองทุนครบอายุ แต่อาจได้ยินคำพูดที่ว่า “รู้อย่างนี้น่าจะรอรอบหน้าที่ดอกเบี้ยปรับขึ้นแล้วค่อยซื้อ” ...แต่อย่าลืมครับ เราไม่รู้อนาคต

3) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของตราสาร ตราสารหนี้บางรุ่นมีวงเงินการออกตราสารที่น้อย หรือบางรุ่นไปตกอยู่ในมือผู้ลงทุนเพียงไม่กี่ราย ดังนั้นเวลาเราจะขายออกก็อาจขายได้ยาก หรือต้องลดราคาให้ถูกลงเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเพื่อจูงใจให้มีคนมาซื้อ

ถ้าเราเลือกลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องน้อย (บางตัว) เราก็ต้องมั่นใจว่ากองทุนนั้นมีการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องเพียงพอ หรือเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ผู้ลงทุนมักไม่มีการไถ่ถอนระหว่างทาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนจะไม่ขายตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องต่ำในท้องตลาดในราคาถูก เพื่อนำเงินคืนกลับผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุน

4) ตามหลักการลงทุน เราต้องกระจายการลงทุนให้ได้มากที่สุดเพื่อลด “ความเสี่ยงจากการลงทุนที่กระจุกตัว” ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าเราลงทุนในตราสารหนี้โดยนำเงินทั้งหมดที่มีไปลงทุนในตราสารหนี้ตัวเดียว ถ้าผู้ออกตราสารหนี้เกิดปัญหาทางธุรกิจหรือเหตุใดก็ตามแต่ และ “ไม่สามารถชำระหนี้คืนแก่เราได้” เงินลงทุนของเราก็จะสูญหมด (สมมติไม่ได้อะไรคืนเลย) แต่หากเรากระจายการลงทุนให้มากขึ้น เช่น ลงทุนในตราสารหนี้ 4 ตัวในจำนวนเงินที่เท่าๆ กัน และเผอิญมีเหตุให้ผู้ออกตราสารหนี้รายหนึ่งไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้ลงทุนจะสูญเสียเงิน 25% ของเงินลงทุน เช่นกันกับการเลือกกองทุนตราสารหนี้ เราก็ต้องเลือกลงทุนในกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ที่หลากหลายครับ

5) ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ ทั้งการฝากเงินและการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้อำนาจซื้อในอนาคตของผู้ลงทุนลดลง ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปผลตอบแทนที่แท้จริงภายหลังหักอัตราเงินเฟ้อออกไปแล้ว

ทั้ง 5 ตัวนี้ คือความเสี่ยงหลักๆ ของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่ผู้ลงทุนต้องรู้ ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องรับทราบและไม่หลอกตัวเองว่าไม่มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรประเมินว่าผลตอบแทนที่เรากำลังได้รับคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เราเผชิญหรือไม่ ซึ่งบางครั้งเมื่อเทียบกันแล้วก็นับว่าคุ้มค่าทีเดียว อย่าลืมนะครับ ของฟรีไม่มีในโลก

 

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก